“ดาวโจนส์” ปิดลบ 822 จุด วิตกภาษีทรัมป์-AI กดดันภาคธุรกิจ

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลบกว่า 821.91 จุด นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หลังวิตกความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าสหรัฐฯ และผลกระทบจาก AI ต่อภาคธุรกิจ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (23 ก.พ.69) ปรับตัวลดลงมากกว่า 1% ทั้งสามดัชนีหลัก หลังนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 48,804.06 จุด ลดลง 821.91 จุด หรือ -1.66% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.INX) ปิดที่ 6,837.75 จุด ลดลง 71.76 จุด หรือ -1.04% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,627.27 จุด ลดลง 258.79 จุด หรือ -1.13%

แรงขายกระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มการเงินซึ่งมีน้ำหนักสูงในดัชนีดาวโจนส์และปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับทิศทางในดัชนี S&P 500 ที่กลุ่ม Financials ลดลง 3.3% ขณะที่หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ร่วงลง 4.3% ท่ามกลางความกังวลว่า AI อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจดั้งเดิม การจ้างงานในภาคสำนักงาน รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะถัดไป

แรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนยังมาจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ให้ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรบางส่วนที่ประกาศโดยฝ่ายบริหาร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.69) โดยชี้ว่าการใช้อำนาจภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ครอบคลุมการกำหนดอัตราภาษีนำเข้า

อย่างไรก็ตาม ภายหลังคำวินิจฉัยดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าในอัตรา 10% ก่อนปรับเพิ่มเป็น 15% ในวันถัดมา โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 เพื่อจัดการกับปัญหาการขาดดุลการค้า ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการค้าในระยะสั้น

นักวิเคราะห์จาก U.S. Bank Wealth Management ระบุว่า แม้คำตัดสินของศาลฎีกาจะไม่เหนือความคาดหมาย แต่การดำเนินมาตรการภาษีเพิ่มเติมของฝ่ายบริหาร ประกอบกับสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแนวโน้มการใช้ AI ในภาคธุรกิจ ได้ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาประเมินความเสี่ยงในตลาดการเงินอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มสายการบินและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ซึ่งรวมถึงกลุ่มสันทนาการในดัชนี S&P 500 ร่วงลง 3.8% และ 3.7% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มขนส่งในดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวลดลง 2.9% เนื่องจากพายุฤดูหนาวที่รุนแรงได้พัดถล่มหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ ส่งผลให้การเดินทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหยุดชะงัก โดยข้อมูลจาก FlightAware ระบุว่า สนามบินในเขตนครนิวยอร์กมีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก

ทั้งนี้ นักลงทุนยังจับตาฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ที่ใกล้จะสิ้นสุด โดยเหลือบริษัทในดัชนี S&P 500 อีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้เปิดเผยผลประกอบการ ซึ่งรวมถึง Nvidia ผู้ผลิตชิปด้าน AI รายใหญ่ที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้

Back to top button