TEAMG วิ่งฉิว 5% นิวไฮรอบกว่า 3 เดือน โบรกฯคาดกำไรไตรมาส 4/62 โตทะลัก 88% เฉียด 40 ลบ.

TEAMG วิ่งฉิว 5% นิวไฮรอบกว่า 3 เดือน โบรกฯคาดกำไรไตรมาส 4/62 โตทะลัก 88% เฉียด 40 ลบ. โดย ณ เวลา 15.16 น. ราคาอยู่ที่ระดับ 2.40 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 5.26% สูงสุดที่ระดับ 2.42 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.32 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 29.62 ล้านบาท

บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG ณ เวลา 15.16 น. อยู่ที่ระดับ 2.40 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 5.26% สูงสุดที่ระดับ 2.42 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.32 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 29.62 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.46 บาท เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2562

ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (11 ก.พ.2563) แนะนำ “ซื้อ” TEAMG ราคาเป้าหมาย 3.15 บาท/หุ้น คาดกำไรไตรมาส 4/62 อยู่ที่ 39.4 ล้านบาท ยังทรงตัวทางสูง กำไรเพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และลดลง 11% จากไตรมาสก่อน โดยการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น ที่บริษัทมีแผนจัดการการเข้างานของวิศวกรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงแผนลดต้นทุนของบริษัทเริ่มเห็นผลชัดเจนเป็นไตรมาสที่ 2 รวมถึงงานถึงงานเขื่อนในลาวที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อน เป็นบวกต่ออัตรากำไรและกำไรสุทธิ

ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 4/62 อยู่ที่ 33.12% ทรงตัวจากไตรมาสก่อน ที่ 33.07% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากที่ 30.70% ซึ่งคาดว่าจะยังสามารถทรงตัวในรับสูงได้ต่อในไตรมาสถัดๆไป โดยโครงการในลาวยังสามารถรับรู้ได้ต่อในไตรมาส 1 ปี 20 และโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพยังหนุนอัตรากำไร

ทั้งนี้ เพิ่มคาดการ์กำไรปี 2562 อีก 9.1% จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น แต่คงราคาพื้นฐานปี 2563 ไว้ 3.15 บาท โดยในปี 2562 ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฏหมายส่งผลให้ฐานต่ำและปี 2563 นี้จะกลับมาเป็นระดับปกติและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 37.7% จากปีก่อน

โดยงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ยังอยู่ระดับสูงอยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท รวมงานใหญ่รถไฟฟ้า 3 สนามบินไว้แล้ว ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีระดับ 1.8-2.0 พันล้านบาท แต่บริษัทยังมุ่งหารายได้ทางอื่นและงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม หุ้นซื้อขายที่ในระดับ P/E ต่ำ อยู่ที่ปีนี้เพียง 9.5 เท่า ในขณะที่การเติบโตยังมีโอกาสเกิดขึ้นจากสัดส่วนรายได้จากภาครัฐที่สูง ช่วยลดความเสี่ยงจากภาคเอกชนจากความผันผวนของเศรษฐกิจ โดยเราคาดว่ายิ่งเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงของภาคเอกชนสูง บริษัทจะยิ่งได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐที่จะต้องเร่งตัวขึ้นในช่วงต่อจากนี้

อย่างไรก็ดี คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2563 เท่ากับ 3.15 บาท/หุ้น โดยอ้างอิงกับ P/E ปี 2563 ที่ 13 เท่า ไม่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง โดยบริษัทได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐโดยตรง การเติบโตของกำไรปีนี้อยู่ที่ 37.7% และยังเด่นที่ปันผล ทั้งนี้ ประเมินเงินปันผลครึ่งปีหลัง 0.075 บาทต่อหุ้น หรือ 3.3% และปีหน้าอีก 7.4% โดยบริษัทมีฐานะการเงินดี มีเงินสดในมือสูง

 

คำค้น