6 โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” MTC ชี้กำไร Q3 นิวไฮทะลุ 1.3 พันล. รับผลดีสินเชื่อขยายตัว

6 โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” MTC ชี้กำไร Q3 นิวไฮทะลุ 1.3 พันล. รับผลดีสินเชื่อขยายตัว

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งมีมุมมองเชิงบวกกับหุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC โดยแนะนำ “ซื้อ” และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม Consumer Finance เนื่องจากมองว่าผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3/63 จะทำ New High ซึ่งปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วง High Season

โดยคาดกำไรสุทธิ 1,300-1,340 ล้านบาท เติบโต 21.5-24.0% จากงวดปีก่อน ตามสินเชื่อที่ขยายตัวจากการขยายสาขา และความต้องการใช้เงินที่ยังมีอยู่มาก, สำรองหนี้สูญลดลง เพราะได้ประโยชน์จากการปรับใช้ TFRS9 และการจัดชั้นลูกหนี้ที่ผ่อนปรนของแบงก์ชาติ รวมถึงการควบคุมต้นทุนที่ดี

ส่วนภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 คาดเติบโตต่อเนื่อง ทั้งเมื่อเทียบกับงวดปีก่อนและไตรมาสก่อน จากสินเชื่อรวมและ NIM ที่เพิ่มขึ้น ในด้านคุณภาพสินทรัพย์คาด MTC ยังควบคุมให้ NPL Ratio อยู่ในช่วง 1.0-1.3% โดยคาดว่าความต้องการสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์จะแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินมีโอกาสลดลงจากการใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงินราว 5,000 ล้านบาทของธนาคารออมสิน

ด้านนายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลประกอบการของ MTC ในงวดไตรมาส 3/63 คาดว่าจะทำ New High ซึ่งปกติในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วง High Season อยู่แล้ว โดยคาดกำไรสุทธิ 1,300 ล้านบาท เติบโต 21.5% จากงวดปีก่อน ตามสินเชื่อที่เร่งขยายตัวขึ้น

โดยในไตรมาส 3/63 คาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 7% จากงวดปีก่อน อีกทั้งการมีโครงการพักชำระหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ทำให้ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ค่อยเพิ่มขึ้น แม้จะมีการตั้งสำรองฯเพิ่มขึ้นบ้าง แต่รายได้จากดอกเบี้ยที่มาจากสินเชื่อที่เร่งตัวขึ้นจะช่วยชดเชยทำให้กำไรไตรมาส 3/63 เติบโตได้

ทั้งนี้ สินเชื่อในปี 63 คาดว่าจะเติบโต 18% จากปี 62  ขณะที่ตัวเลข NPL ยังควบคุมได้ดี โดยสิ้นปี 63 คาดว่า NPL จะไม่เกิน 1.2% จากไตรมาส 2/63 ที่มี NPL ราว 1%  พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 63 ไว้ที่ 4,900 ล้านบาท เติบโต 16% จากปี 62 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ประมาณ 4,200 ล้านบาท

ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ฯ คาดว่ากำไรงวดไตรมาส 3/63 ของ MTC จะทำ New High ต่อเนื่อง โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ที่ 1,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากงวดปีก่อนเพราะสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น จากการขยายสาขา และความต้องการใช้เงินที่มีอยู่มาก ขณะที่สำรองหนี้สูญลดลง เพราะได้ประโยชน์จากการปรับใช้ TFRS9 และการจัดชั้นลูกหนี้ที่ผ่อนปรนของธปท.

ขณะเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กำไรเพิ่มขึ้น 3% เพราะสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น จากการผ่อนคลายล็อกดาวน์ รวมถึงอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย (NIM) ที่เพิ่มขึ้น จากการเบิกใช้ซอฟท์โลนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 คาดเติบโตต่อเนื่องทั้งงวดปีก่อน และไตรมาสก่อน จากสินเชื่อรวมและ NIM ที่เพิ่มขึ้น ในด้านคุณภาพสินทรัพย์คาด MTC ยังควบคุมให้ NPL Ratio อยู่ในช่วง 1.0-1.3% ได้  พร้อมเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม Consumer Finance

บทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุถึงแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของ MTC คาดว่าจะเติบโต 24% จากงวดปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน แตะระดับ 1,340 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งและการควบคุมต้นทุนที่ดี โดยสินเชื่อคาดขยายตัว 16% จากงวดปีก่อน และ 6% จากไตรมาสก่อน ตามอุปสงค์ที่ฟื้นตัวจากการเปิดเทอมและฤดูเก็บเกี่ยว

ขณะที่ MTC ได้ขยายเครือข่ายสาขาเป็น 4,797 เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน และคาด NIM เพิ่มขึ้นแตะ 18.8% จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อโดยเฉลี่ยที่ดีขึ้นเนื่องจากพอร์ตสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ขึ้น และต้นทุนทางการเงินทุนที่ลดลง ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่สูงและการควบคุมต้นทุนที่ดีคาดจะส่งผลให้ต้นทุนต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 46.5% จาก 49.3% ในไตรมาส 3/62

ทั้งนี้ เชื่อว่า MTC จะสามารถควบคุมหนี้เสียในสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งคิดเป็นราว 70% ของบัญชีเงินกู้ ประเมิน NPL เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน เป็น 680 ล้านบาท หรือ 1.02% ของสินเชื่อรวม ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่น้อยกว่าระดับ 1.50% โดย MTC จะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/63 ในวันที่ 16 พ.ย.นี้

นอกจากนี้ คาดว่าความต้องการสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์จะแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 63-64 ขึ้น 3-4% จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและต้นทุนเครดิตที่ลดลง โดย MTC มีโอกาสลดต้นทุนทางการเงินเนื่องจากใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 5,000 ล้านบาทจากธนาคารออมสิน ตามโครงการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

คำค้น