โค้งสุดท้ายลงทุนปี 63 คัด 12 หุ้นเด่นกำไร Q4 โตทะลัก-ปันผลสูง-อัพไซด์กระฉูด!

โค้งสุดท้ายลงทุนปี 63 คัด 12 หุ้นเด่นกำไร Q4 โตทะลัก-ปันผลสูง-อัพไซด์กระฉูด!

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลการลงทุนมานำเสนอนักลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดงวดปี 2563 โดยครั้งนี้โดยอาศัยข้อมูลจากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะประกาศงบการเงินไตรมาส 4/2563 ออกมาโดดเด่น เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะประกาศงบการเงินไตรมาส 4/2563 จะออกมาโดดเด่น มีทั้งหมด 12 ตัว ประกอบด้วย STA,STGT,AMATA,JWD,ADVANC,EASTW, BDMS,COM7,OSP, BGRIM,ORI,GULF ดังนี้

ทั้งนี้กลยุทธ์ลงทุนดังกล่าวเนื่องจาก SET Index ที่ปรับตัวขึ้นแรง เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมาในวานนี้โดยเฉพาะหุ้นที่มี Free Float น้อย แต่กลับขึ้นมาได้แรง มีโอกาสผันผวนสูง รวมถึง Fund Flow จากต่างชาติและสถาบันฯมีการชะลอลงบ้างในช่วงท้ายปี เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลหยุดยาว ทำให้ SET Index มีโอกาสสะดุดในช่วงสั้น แต่ในอีกมุมถือว่าเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งเติบโตดี เพื่อหวังผลระยะกลางถึงยาว

ความเสี่ยงที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อนหน้า จึงทำให้ SET Index มีโอกาสปรับฐานระยะสั้นหลังจากที่ Outperform ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านมากว่า 2 เดือน แต่หากประเมิน Valuation ของดัชนีเป้าหมายที่ระดับ Market Earning Yield Cap. ต่างๆจะช่วงกำหนดจังหวะในเข้าลงทุนสะสมได้ดีขึ้นโดยฝ่ายวิจัยฯแบ่งเป็น 3 กรณี ดังนี้

1.Worst Case กำหนดระดับ Market Earning Yield Gap ที่ 4.10% (ถือว่าอยู่ในระดับอนุรักษ์นิยมในภาวะที่ Fund Flow ไหลเข้า) จะได้เป้าหมายดัชนีปี 2564 ที่ 1415 จุด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวรับที่สำคัญ ตราบที่ Fund Flow ยังไหลเข้าต่อเนื่อง

2.Base Case กำหนดระดับ Market Earning Yield Gap 3.70% ถือว่าอยู่ในระดับอนุรักษ์นิยมในภาวะที่ Fund Flow ไหลเข้า คิดเป็น PER64F ที่ 23.8 เท่า จะได้เป้าหมายดัชนีปี 2564F ที่ 1550 จุด ซึ่งถือเป็นระดับเดียวกับบทวิเคราะห์ Invest + ฉบับเดือน ม.ค.64 นี้ และมี Upside กว่า 7%

3.Base Case ระดับ Market Earning Yield Gap 2.6-3.5% ถือว่าอยู่ในระดับอนุรักษ์นิยมในภาวะที่ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง จึงทำให้มีโอกาสที่ดัชนีจะซื้อขายบน PER ที่สูงขึ้น และดันดัชนีได้สูงถึงระดับ 1626-2098 จุด

ด้วยภาวะดังกล่าวจึงทำให้ฝ่ายวิจัยฯคาดว่า SET Index สามารถปรับตัวขึ้นได้ในระยะกลาง-ยาว ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่ผ่านเงื่อนไข 3 ข้อ ดังนี้ 1.Upside>10%,2.คาดกำไตรมาส 4/2563 โตเด่นทั้งเทียบไตรมาสก่อนหน้า และเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,3.Recommend “BUY” โดยเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่มีแรงขับเคลื่อนหลักจาก Fund Flow อย่าง GULF และ ADVANC บวกกับหุ้นปันผลสูงอย่าง AP ถือเป็นเกราะป้องกันยามตลาดหุ้นผันผวนเป็น Top picks

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน