เป้าเกิน 1,500 จุด

วันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

วันอาทิตย์ที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา

แอบประเมินตลาดหุ้นไทยว่า เปิดตลาดมาน่าจะลงจากความกังวลโควิด-19 และหลังจากนั้นจะพลิกกลับเป็นบวกได้

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

ก่อนหน้านี้ ได้รับการยืนยัน แบบนั่งยัน นอนยันจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ครับ

โควิด-19 รอบใหม่ จะไม่ล็อกดาวน์ประเทศเหมือนรอบแรก

ทางการรู้ดีว่า การล็อกดาวน์จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ดังนั้น จะไม่ใช้นโยบาย “สาธารณสุข” นำ “เศรษฐกิจ” เหมือนช่วงปี 2563 ที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ใหม่ ๆ

นักธุรกิจ นักลงทุน เองก็ไม่ต้องการให้รัฐบาลใช้มาตรการคุมเข้มแบบรุนแรง

จะเห็นได้จากเปิดตลาดหุ้นภาคเช้าของวานนี้ ดัชนีเปิดลบทันที

หลังจากนั้น เมื่อเกิดความชัดเจนเรื่องไม่ล็อกดาวน์ประเทศ

ดัชนีตลาดหุ้นดีดกลับร้อนแรง และมาปิดบวกที่ระดับ High ของวัน คือ +18.89 จุด ปิด 1,468.24 จุด

นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุน และนักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิตามคาด

และเชื่อว่า การซื้อรอบนี้ ได้ของถูกเข้าไปสะสมในพอร์ตอีกพอสมควรเลยล่ะ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ EA GPSC GULF กลุ่มปิโตรเคมี และโลจิสติกส์

ถามว่า… คนที่ซื้อหุ้นไม่กังวลหรือกลัวโควิด-19 กันและหรือ

วิสัชนา คนซื้อตอนนี้เขามองข้ามเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มทุกวันไปแล้ว เพราะวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นปัญหาในระยะสั้น ๆ

ขณะที่ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า วัคซีนรอบแรกจะเข้ามายังประเทศไทยแล้ว

และในช่วงกลางปีจะเข้ามาอีกล็อตใหญ่ และเข้ามาเรื่อย ๆ

และน่าจะทำให้ปัญหาของจำนวนผู้ติดเชื้อนั้น ๆ ค่อยลดจำนวนลง

หรือหากจะเปรียบเทียบกับประเทศทางยุโรป ญี่ปุ่น ที่ยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวนมากแทบจะทุกวัน

ทว่าดัชนีตลาดหุ้นของประเทศเหล่านั้น ยังวิ่งสวนขึ้นมาได้

เหตุผลเพราะนักลงทุนที่เข้าเก็บหุ้น เขามองระยะปานกลางถึงยาวแล้วว่า สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลาย ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะเริ่มกลับมาดีขึ้น

และนี่คือช่วงจังหวะที่ดีที่เริ่มสะสมหุ้นเข้าพอร์ต

ผ่านมาถึงตอนนี้

นักลงทุนส่วนใหญ่จะหายตกใจกันแล้ว

แม้ว่าวันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันถัดไป จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก อาจจะเป็นหลักพัน หรือรวมยอดแตะหลักหมื่น

ก็จะไม่ใช่ประเด็นหรือปัจจัยหลักที่จะทำให้หุ้นร่วงลงแรงอีกต่อไป

ดัชนีอาจจะมีการย่อตัวลงมาบ้าง แต่จะมีแรงซื้อกลับจากกลุ่มนักลงทุนระยะปานกลาง ระยะยาว หากเห็นว่า ราคาหุ้นนั้น ลงมาถูกเกินไป

มีข้อมูลน่าสนใจจาก บล.เอเซีย พลัส

ตลาดหุ้นไทยยังแลกการ์ด เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในหลายประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้น

เช่น ตลาดหุ้นในประเทศที่แพร่ระบาดเร่งตัวคือ เกาหลีใต้ 1 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 72% จากค่าเฉลี่ย 7 วันก่อนหน้า

ตลาดหุ้นเวียดนามขึ้น 10 % ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 133% จากค่าเฉลี่ย 7 วันก่อนหน้า

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น มาเพียง 3.3% ผู้ติดเชื้อ เพิ่มขึ้น 140% จากค่าเฉลี่ย 7 วันก่อนหน้า

มีการประเมินว่า ดัชนีที่ขึ้นมารอบนี้ มีโอกาสที่จะกลับไปยัง ณ จุดก่อนที่โควิด-19 จะเริ่มแพร่ระบาด

โดยตลาดหุ้นไทยในช่วงต้นปีก่อนจะร่วงลงแรง ดัชนีอยู่ระหว่าง 1,500–1,600 จุด

เบื้องตัน ดัชนีจะกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1,500 จุดที่เป็นแนวต้านสำคัญก่อน และเมื่อขึ้นไปยืนได้แล้ว 1,500 จุด จะแปลงกลับมาเป็นแนวรับ

โดยมีแรงซื้อหลัก ๆ มาจากฟันด์โฟลว์

หุ้นที่มีส่วนการผลักดันจะมาจากกลุ่มน้ำมัน ไฟฟ้าขนาดใหญ่ สื่อสาร

และทั้งหมดจะอยู่ในกลุ่ม SET50 และ SET100