“ฟินันเซีย” หั่นเป้า GFPT เหลือ 10.80 บาท เซ่นส่งออกไก่ชะลอ-ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง

FSSIA คาดกำไรไตรมาส 1/69 ของ GFPT ชะลอตัว แตะ 485 ล้านบาท รับผลกระทบปริมาณส่งออกไก่ลดลง หั่นเป้ากำไรทั้งปีลง 8.7% คงคำแนะนำ "ถือ" เคาะราคาเป้าหมายใหม่ 10.80 บาท จับตาต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดันกำไร


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSSIA เปิดเผยบทวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 จะอยู่ที่ 485 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 24.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 480 ล้านบาท ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 23.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งภาพรวมถือว่าไม่สดใสนัก โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากปริมาณการส่งออกไก่ที่ชะลอตัวลง

ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณการส่งออกไก่จะต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ 6% หรือทำได้เพียง 7,500 ตัน ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 13.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงในทุกภูมิภาค ทั้งทวีปยุโรป ประเทศญี่ปุ่น และประเทศจีน (ซึ่งหยุดนำเข้าไก่จากไทยตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568) นอกจากนี้ คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจะลดลง 15.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 49.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากทั้งบริษัทร่วม GFN ที่ราคาโครงไก่ปรับลงแรงในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และ McKey ที่คาดว่าปริมาณการส่งออกจะลดลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวได้ที่ระดับ 14.3% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผนวกกับยังมีสต็อกวัตถุดิบราคาต่ำที่ช่วยชดเชยอุปสงค์ที่อ่อนแอได้

สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 คาดว่ากำไรอาจอ่อนตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะคาดหวังการฟื้นตัวของปริมาณส่งออกไก่ตามฤดูกาล แต่อาจไม่แข็งแกร่งนักจากผลกระทบของสงคราม ปัญหาค่าเงินของลูกค้าญี่ปุ่น และความต้องการในประเทศที่ค่อนข้างอ่อนแอ สวนทางกับปริมาณไก่ที่อยู่ในระดับสูงราว 40-42 ล้านตัวต่อสัปดาห์ ส่งผลให้ราคาไก่ล่าสุดในเดือนเมษายนปรับลดลงเหลือ 39.5 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงราคาลูกไก่และราคาโครงไก่ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกลับปรับตัวสูงขึ้น โดยกากถั่วเหลืองขยับขึ้นเป็น 16.5 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 10.0% ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และข้าวโพดปรับขึ้นเป็น 10.5 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 5.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากสถานการณ์ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นสวนทางกับราคาไก่ ฝ่ายวิจัยจึงได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ GFPT ลง 8.7% มาอยู่ที่ 1.94 พันล้านบาท ลดลง 20.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปรับลดปริมาณการส่งออกลง 3% และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 14.2% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะที่ราคาไก่อาจไม่สามารถปรับขึ้นได้ตาม ทั้งนี้ GFPT จะเริ่มรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 2 และอาจกระทบมากขึ้นในไตรมาสที่ 3 เมื่อสต็อกราคาต่ำหมดลง พร้อมกันนี้ ได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 10.80 บาท จากเดิม 11.80 บาท (อิงค่า PE ที่ 7 เท่า) และยังคงคำแนะนำ “ถือ” ต่อไป

Back to top button