PTTGC ลุ้น Q1/64 กำไรดีต่อ

มีการประเมินว่า PTTGC จะมีแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องในไตรมาส 1/64 ส่วนหนึ่งเกิดจากฐานต่ำในช่วงเดียวกันของไตรมาส 1/63 เพราะช่วงดังกล่าวราคาน้ำมันดิบลดลงแรง

คุณค่าบริษัท

มีการประเมินกันว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องในไตรมาส 1/2564 โดยส่วนหนึ่งเกิดจากฐานต่ำในช่วงเดียวกันของไตรมาส 1/2563 เพราะช่วงดังกล่าวมีราคาน้ำมันดิบที่ลดลงแรง ขณะที่ในไตรมาส 1/2564 มีปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น

ผลดังกล่าวทำให้หนุนไตรมาส 1/2564 ด้วยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันต่อเนื่อง รวมถึงอุปสงค์ปิโตรเคมีแข็งแกร่ง ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์หลักยังคงปรับตัวขึ้น ซึ่งบริษัทได้ลดการใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบลงในไตรมาส 4/2563 เหลือ 18% จาก 21% และหันมาใช้ก๊าซเพิ่มขึ้น ทำให้น่าจะรักษามาร์จิ้นไว้ได้ดี

นอกจากนั้น ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นตามการเริ่มผลิตโครงการ Propylene Oxide (PO) และ Polyols ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่มีมูลค่าสูง

สะท้อนจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของไตรมาส 4/2563 ที่ทางบริษัทสามารถโชว์กำไรกระโดดถึง 6,405 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของไตรมาส 4/2562 มีกำไรเพียง 374 ล้านบาท ผลจากที่กำไรไตรมาส 4/2563 เติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นผลจากรับผลดีจากราคาขายผลิตภัณฑ์พุ่ง พร้อมเซ็น “ซัมซุงฯ” ปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 มูลค่า 5,000 ล้านบาท

ช่วยผลักดันผลการดำเนินงานงบปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 กลับมาทำกำไร 199.61 ล้านบาท หรือ 0.04 บาทต่อหุ้น แม้ว่าเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 11,682.08 ล้านบาท หรือ 2.59 บาทต่อหุ้น แต่อย่าลืมว่าเป็นการดีที่กลับมามีกำไรได้ เพราะหากย้อนไปดูงวด 9 เดือนแรกมีการขาดทุน 6,204.99 ล้านบาท

ด้วยข่าวดีตลอดทั้งปี 2563 PTTGC พลิกมีกำไร 199.61 ล้านบาทแล้ว สิ่งที่ตามมาเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสม โดยมีอัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสดหุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือขึ้นเครื่องหมาย (XD) วันที่ 25 ก.พ. 2564 ส่วนวันที่จ่ายปันผล 23 เม.ย. 2564

นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของบริษัทเพื่อเป็นตัวแปรในการตัดสินใจ พบว่า ฐานะทางการเงินของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 129,910.95 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 59,041.49 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 2.20 เท่า แสดงว่าบริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินมากเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ

ส่วนปัญหาหนี้สินของบริษัทไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 200,388.69 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ 288,993.96 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.69 เท่า แสดงว่าบริษัทไม่มีปัญหาหนี้สินมารบกวนในอนาคตอย่างแน่นอน

ด้วยฐานะทางการเงินแข็งแกร่งที่น่าสนใจ โบรกเกอร์ยังคงประสานเสียงแนะนำเป็น “ซื้อ” แต่ที่ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดเป็น บล.ทรีนีตี้ ที่ราคา 78 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2,149,920,915 หุ้น 47.68%
  2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 278,841,070 หุ้น 6.18%
  3. สำนักงานประกันสังคม 92,852,651 หุ้น 2.06%
  4. บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด 83,427,636 หุ้น 1.85%
  5. STATE STREET EUROPE LIMITED 80,595,941 หุ้น 1.79%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ, ประธานกรรมการอิสระ
  2. นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  3. นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต กรรมการ
  4. นายดิษทัต ปันยารชุน กรรมการ
  5. นางอรวดี โพธิสาโร กรรมการ