KTAM ชี้ตลาดครึ่งปีหลังยังผันผวน แนะจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยง

KTAM ประเมินเศรษฐกิจโลกครึ่งหลังปี 69 ยังเผชิญความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน แต่ยังมีแรงหนุนจากกระแส AI Supercycle พร้อมคงมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ Balanced Portfolio กระจายความเสี่ยงรับความผันผวน


นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีการเติบโตแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่คาด ขณะที่ยุโรปฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนจีนยังเผชิญแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคภายในประเทศ แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเริ่มชะลอตัวใกล้กรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง แต่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยกดดัน ทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้นช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์

สำหรับมุมมองการลงทุน KTAM ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ได้รับแรงหนุนจากการปฏิรูปภาคธุรกิจและการเติบโตของกำไร รวมถึงตลาดเกิดใหม่ที่ระดับราคาหุ้นยังอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าราคาหุ้นหลายกลุ่มจะอยู่ในระดับสูง ส่วนตลาดยุโรปยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่สูง

ด้านตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศยังมีความน่าสนใจจากอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง แต่ยังมีความผันผวน จึงแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงเป็นทางเลือกในการพักเงินและช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต แม้ผลตอบแทนมีแนวโน้มลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยในประเทศ โดย KTAM ยังคงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้ออกตราสารและการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด

ภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน KTAM แนะนำกลยุทธ์ “Balanced Portfolio” หรือการจัดพอร์ตแบบสมดุล กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของตลาด พร้อมเน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ AI และกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเสนอทางเลือกการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศ เช่น KT-ASIAG, KT-JAPANALL และ KT-WTAI รวมถึงกลุ่มกองทุนผสม KTWC Series ที่ออกแบบให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนที่แตกต่างกันของนักลงทุน

สำหรับตลาดหุ้นไทย KTAM ระบุว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 26% สูงกว่าตลาดหุ้นโลกอย่างมีนัยสำคัญ แม้เศรษฐกิจไทยทั้งปีคาดว่าจะเติบโตเพียงราว 2.3% จากแรงกดดันด้านการค้าโลกและภาคท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกระแส AI ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยแนะนำกองทุนหุ้นไทย KTEF และ KT-HiDiv ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว

นอกจากนี้ KTAM ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมยกระดับการสื่อสารข้อมูลและบทวิเคราะห์เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้ติดตามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียรวมกว่า 2.06 ล้านบัญชี ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ล่าสุดอยู่ที่ 1.06 ล้านล้านบาท เติบโต 4.8% จากสิ้นปี 2568 และครองส่วนแบ่งตลาด 10.1% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการบริหารจัดการกองทุนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

Back to top button