ลุ้น PTT ไตรมาส 2 กำไรทะลุ 2.5 หมื่นลบ. โตเท่าตัว!

จับตา PTT เปิดผลงานไตรมาส 2/64 กำไรทะลุ 2.5 หมื่นลบ. โตเท่าตัว รับธุรกิจก๊าซ-ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกหนุน โบรกฯ แนะ “ซื้อ” เป้า 54 บ.


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT หลังนักวิเคราะห์มองว่าไตรมาส 2/2564 จะทำผลงานออกได้เติบโตได้อย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2564 จะอยู่ที่ 2.57 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 114% เมื่อเทียบจากปีก่อน แต่ลดลง 21% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบจากปีก่อน จะมาจากธุรกิจก๊าซ และบริษัทลูกในตลาดห้าแห่ง (ยกเว้น TOP) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 119% เมื่อเทียบจากปีก่อน เป็น US$67/bbl ในไตรมาส 2/2564

ขณะที่กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เป็นเพราะไม่มีกำไรพิเศษ 1.08 หมื่นล้านบาทจากการที่ PTT Exploration and Production ซื้อโครงการ Oman Block 61 ได้ในราคาถูกเหมือนกับในไตรมาส 1/2564  และกำไรจากสต็อกนน้ำมันของ PTTGC, TOP และ IRPC ลดลงในไตรมาส 2/2564 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นน้อยกว่าในไตรมาส 1/2564

นอกจากนี้ คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก OR จะลดลง 26% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันลดลง และปริมาณยอดขายน้ำมันและกาแฟลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงในประเทศไทยตั้งแต่เดือนเมษายน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจก๊าซของ PTT เองจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากคาดว่าปริมาณยอดขายก๊าซธรรมชาติน่าจะเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบจากปีก่อนเป็น 4,680mmscfd จากอุปสงค์ที่สูงตามฤดูกาลในช่วงฤดูร้อน และ margin ของโรงแยกก๊าซ (GSP) ดีขึ้นตามราคา polyolefins ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจาก GPSC จะเพิ่มขึ้นจากการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนในไตรมาส 2/2564

ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินราคาเป้าหมายปี 2565 เอาไว้ที่ 54 บาท โดยมองว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ PTT ปีนี้น่าสนใจที่ระดับ 4.9% หลังจากที่ราคาหุ้นปรับลดลงมาเนื่องจากสถาวะตลาดหุ้นไทยอ่อนแอลงเพราะสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงมาตั้งแต่เดือนเมษายน

ด้าน บล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ คาดกำไร PTT ในไตรมาส 2/2564 แข็งแกร่งที่ 2.54 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 111%  เมื่อเทียบจากปีก่อน เป็นผลจากราคาน้ำมันปรับตัวในปีที่แล้ว ปริมาณขายก๊าซเติบโต 4% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เป็น 4,747mmscfd หนุนจากปริมาณขายให้การผลิตไฟฟ้าเติบโต 5% (IPP, SPP, EGAT) เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในฤดูร้อนและการปิดโรงงานถ่านหิน 4 แห่ง การเริ่มดำเนินงานของโรงไฟฟ้า IPP Gulf SRC (625MW) สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง 22% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน

สำหรับกลุ่ม IPP ปริมาณขายก๊าซให้อุตสาหกรรมเติบโต 6% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบจากปีก่อน หนุนจากกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว แต่ GSP ทรงตัวเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน GSP ไม่มีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 2 และทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 95.9% เทียบกับ 94.9% ในไตรมาส 3

ทั้งนี้คาด PTT จะมีผลขาดทุนจากธุรกิจ NGV 690 ล้านบาทเนื่องจากลอคดาวน์จากขาดทุน 494 ล้านบาทในไตรมาส 1 และ PTT จะมีกำไรสต๊อก 6.8 พันล้านบาท เทียบกับกำไรสต๊อก 8.9 พันล้านบาท ในไตรมาส 1 ค่าเงินบาทอ่อนลงเทียบ USD ทำให้มีรายการขาดทุนค่าเงิน 3 พันล้านบาท จากขาดทุน 4.3 พันล้านบาทในไตรมาส 1/2564 คาดประกาศงบ 11 ส.ค.2564 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท จากเดิม 47 บาท

Back to top button