“กรภัทร” แนะลงทุนหุ้นปันผล–บิ๊กแคป ชู 6 ดาวเด่น

นายกรภัทร วรเชษฐ์ แนะนำลงทุนหุ้นปันผลสูงและหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 เน้นกลุ่มแบงก์ สื่อสาร พลังงาน ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ แนะหุ้นเด่น KBANK, KTB, ADVANC, PTT, PTTGC, HMPRO


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.68 ว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีสาเหตุหลักจากการปรับพอร์ตของกองทุนประเภท Active Fund ในประเทศ ซึ่งมีการลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ถือครองเกินสัดส่วน (Overweight) โดยเฉพาะหุ้น DELTA ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลออกจากหุ้นดังกล่าวราว 15,000–16,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าแรงขายจากกลุ่มกองทุนดังกล่าวน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่การปรับพอร์ตของกองทุนประเภท Passive Fund ที่ยังเหลืออยู่ คาดว่าจะมีขนาดไม่มากนัก ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีแนวโน้มสามารถประคองตัวได้ในช่วงที่เหลือของปี และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปปิดสิ้นปีใกล้ระดับ 1,300 จุด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ทางฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นขนาดใหญ่ในดัชนี SET50 ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและให้อัตราเงินปันผลสูง โดยพบว่าหุ้นใน SET50 มากกว่าครึ่งหนึ่งให้อัตราเงินปันผลสูงกว่า 5% ต่อปี เหมาะสำหรับการลงทุนในภาวะตลาดผันผวน

ทั้งนี้ในกลุ่มธนาคาร อย่าง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ยังเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจ โดย KBANK ถือเป็นหุ้นยอดนิยมของนักลงทุนต่างชาติ และมีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล จากฐานกำไรที่แข็งแกร่ง

ด้านกลุ่มสื่อสารหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศ ขณะที่อัตราเงินปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจมากกว่า 4%

สำหรับกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี หุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ถูกมองว่าเป็นหุ้นปันผลเด่น โดยให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 5–7% ทั้งนี้ PTTGC ยังถูกประเมินว่าเป็น Turnaround Play ที่น่าสนใจที่สุด เนื่องจากราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทดแทน (Replacement Value) ราว 25–30% และมีแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่ชัดเจนในปี 2569

ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หุ้นในกลุ่ม Asian Property ถูกประเมินว่ามีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มการโอนโครงการที่โดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการให้เติบโตต่อเนื่อง

ส่วนกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง หุ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ยังคงเป็นหุ้นปันผลที่น่าสนใจ โดยให้อัตราเงินปันผลระดับ 5–7% จากฐานรายได้ที่มั่นคงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับหุ้นเด่นระยะสั้นทางฝ่ายวิจัย แนะนำติดตามหุ้นในกลุ่ม Central อย่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งมีปัจจัยบวกจากการปิดดีลขายที่ดิน และหุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

Back to top button