
STECON วิ่ง 16% นำทีมรับเหมา! รับนโยบาย “ภูมิใจไทย” หนุนโครงการรัฐเดินหน้าต่อ
STECON พุ่งกว่า 16% รับความคาดหวังนโยบายภูมิใจไทย หนุนโครงการรัฐเดินหน้าต่อเนื่อง ส่งผลหุ้น CK และ UNIQ ปรับขึ้นตาม สะท้อนแรงเก็งกำไรในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.พ. 69) หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความคาดหวังว่าโครงการภาครัฐเดิมจะสามารถเดินหน้าต่อเนื่องได้ โดยเมื่อเวลา 10:10 น. หุ้นบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 9.30 บาท บวก 1.30 บาท หรือ 16.25% ราคาสูงสุดที่ระดับ 9.50 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 9.20 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 260.78 ล้านบาท
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 13.50 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 6.30% ราคาสูงสุดที่ระดับ 13.70 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 13.40 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 104.18 ล้านบาท
บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ ราคาอยู่ที่ระดับ 2.98 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 2.05% ราคาสูงสุดที่ระดับ 3 บาท ราคาต่ำสุดที่ระดับ 2.98 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.04 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ PI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงประเด็นการเมืองไทย โดยสถิติหลังการเลือกตั้งพบว่าตลาดหุ้นไทยมักตอบรับเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรก ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 3–5% นำโดยกลุ่มค้าปลีกที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่น (เฉลี่ย +3–4%) ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
ข้อมูลล่าสุดในเช้านี้พบว่า พรรคภูมิใจไทยครองเสียง ส.ส. จำนวน 194 เสียง พรรคประชาชน 116 เสียง พรรคเพื่อไทย 76 เสียง และพรรคกล้าธรรม 57 เสียง ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีคุณอนุทินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเช่นเดิม และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพค่อนข้างมาก ซึ่งตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากปัจจัยดังกล่าว
ภายใต้นโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่โดดเด่นและเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น ได้แก่ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” มองเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, CPAXT, HMPRO) รวมถึงกลุ่มอื่น ๆ เช่น รับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มเครื่องดื่ม และกลุ่มการเงิน (MTC, SAWAD, CBG, ICHI)
หลังจากนี้รอติดตามการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน วันนี้ประเมินว่า SET Index มีโอกาสปรับขึ้นในกรอบ 1,350–1,380 จุด จากเสถียรภาพรัฐบาลที่ชัดเจน ลดความวุ่นวายทางการเมือง และความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แม้การเมืองจะเป็นปัจจัยบวก แต่ต้องยอมรับว่า SET Index ปรับขึ้นมาแล้ว 8.8% จากจุดต่ำสุดเดิม ถือว่า Price in ประเด็นการเลือกตั้งไปพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังสามารถคาดหวัง Upside ได้อีกเล็กน้อยจากความมั่นคงของรัฐบาล แนะนำเน้นกลยุทธ์ Trading ในหุ้นกลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, CPAXT, HMPRO) รับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มการเงิน (MTC, SAWAD, TIDLOR) และกลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI)

