โบรกหั่นเป้า KCE เหลือ 18 บ. พ่วงลดกำไรปี 69 แตะ 946 ล้านบาท

บล.ฟินันเซีย ให้ราคาเป้าหมาย KCE เหลือ 18 บาท พร้อมปรับลดดกำไรปี 69 แตะ 946 ล้านบาท คงคำแนะนำ “ถือ” แม้ครึ่งแรกปี 69 ยังถูกกดดันจากบาทแข็งและทองแดงแพง แต่คาดครึ่งหลังมาร์จิ้นมีโอกาสฟื้น หากต้นทุนไม่พุ่งต่อ


บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (11 ก.พ.69) ว่าประเมิน บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 69 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง และราคาทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้ไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจากไตรมาส 4/2568

โดยผู้บริหารคาดรายได้ไตรมาส 1/2569 จะเติบโต 3-5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หรือราว 12-13% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมฐานที่ต่ำ โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่เลื่อนมูลค่าประมาณ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังมีการหยุดไลน์ผลิตบางส่วนในเดือนธันวาคมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ และติดตั้งไลน์การผลิตใหม่ ซึ่งคาดแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์นี้

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากค่าเงินบาทเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันที่ระดับ 31.3 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 2.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 7.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ราคาทองแดงปรับเพิ่มขึ้น 17.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 38.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 13,030 ดอลลาร์ต่อตัน ส่งผลให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 1/2569 จะลดลงเหลือราว 18% ต่ำกว่าเป้าบริษัทที่ 20% และประเมินกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 46.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

แม้ผู้บริหารยังคงเป้ารายได้สกุลดอลลาร์ปี 2569 เติบโต 4-5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีกก่อน แต่ได้ปรับลดเป้าอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 19-21% จากเดิม 21-24% สะท้อนผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนทองแดงที่สูงขึ้น โดยบริษัททำสัญญาซื้อทองแดงล่วงหน้าเพียง 10-20% และไม่ได้ล็อกระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าเฉพาะกลุ่ม PCB ทอง ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 15-20% ขณะที่ PCB ธรรมดา ซึ่งคิดเป็น 80-85% ของรายได้ จะเน้นบริหารต้นทุนแทน หากราคาทองแดงไม่ปรับเพิ่มขึ้นต่อ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งหลังของปี 69 อาจฟื้นตัวกลับมาเหนือระดับ 20% ได้อีกครั้ง

โดยฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลง 35% เหลือ 946 ล้านบาท เติบโต 13.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากการปรับสมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ยเป็น 32 บาทต่อดอลลาร์ (จากเดิม 33 บาท) และปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 19.2% จากการเพิ่มสมมติฐานราคาทองแดงเป็น 13,000 ดอลลาร์ต่อตัน (จาก 11,000 ดอลลาร์ต่อตัน)

ผลการวิเคราะห์ Sensitivity ชี้ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทุก 1 บาท จะกระทบกำไรประมาณ 6.5% ขณะที่ราคาทองแดงที่เพิ่มขึ้นทุก 1,000 ดอลลาร์ต่อตัน จะกระทบกำไรราว 11% โดยคาดรายได้ PCB สกุลดอลลาร์เติบโต 3.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนต่ำกว่าเป้าผู้บริหารเล็กน้อย

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยปรับลดราคาเป้าหมายใหม่เป็น 18 บาท และยังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากแนวโน้มช่วงครึ่งแรกปี 69 ยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยต้องติดตามทิศทางค่าเงินบาทและราคาทองแดงอย่างใกล้ชิด

แม้ภาพรวมคำสั่งซื้อมีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับเพิ่มเล็กน้อย และฐานะการเงินยังแข็งแกร่งด้วย D/E ratio เพียง 0.36 เท่า แต่กำไรระยะสั้นยังไม่โดดเด่น

สำหรับเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 68 คาดจ่าย 0.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 1.1% รวมทั้งปีคาด 0.80 บาทต่อหุ้น โดยผู้บริหารตั้งเป้ารักษาระดับใกล้เคียงปีก่อนที่ 1.20 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัทในระยะถัดไป

Back to top button