
“ฟินันเซีย” แนะซื้อ MTC เป้า 46 บาท รับกำไรปี 68 โตเด่น คุม NPL เหลือ 2.56%
“ฟินันเซีย ไซรัส” แนะนำซื้อหุ้น MTC ราคาเป้าหมาย 46 บาท หลังโชว์กำไรปี 68 แตะ 6.72 พันล้าน โต 14.6% หลังไตรมาส 4/68 กวาด 1.78 พันล้านบาท รับรายได้ดอกเบี้ยพุ่ง-คุม NPL อยู่หมัดลดเหลือ 2.56% คาดไตรมาส 1 สดใสต่อ
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 46 บาท ล่าสุดบริษัทรายงานกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 4/2568 (4Q25) อยู่ที่ 1.78 พันล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายวิจัยและ Bloomberg consensus
โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และเติบโต 15.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียม ประกอบกับการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECLs) และต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit costs) ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาล ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรอง (PPOP) อยู่ที่ 3.39 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสก่อนและ 10.8% จากปีก่อนหน้า
ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ถือว่าออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดย Credit costs ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.59% (เทียบกับ 2.69% ณ สิ้นไตรมาส 3/25) และอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 2.56% (เทียบกับ 2.63% ณ สิ้นไตรมาส 3/25) ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (NPL coverage ratio) เป็นไปตามคาด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 143% ทั้งนี้ ภาพรวมกำไรสุทธิปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 6.72 พันล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิจัย
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (1Q26) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) โมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตอาจชะลอลงบ้างจากไตรมาส 4/25 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น 2) Credit costs ที่ทรงตัวในระดับปัจจุบัน และ 3) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่มีแนวโน้มลดลงหลังจากผ่านพ้นช่วงที่มีแรงกดดันตามฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการผลการดำเนินงานในปี 2569-2571 และคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ด้วยวิธี GGM ไว้ที่ระดับ 46 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ที่ 1.94 เท่า ภายใต้สมมติฐานผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ระยะยาวที่ 16.4% และต้นทุนของเงินทุน (COE) ที่ 9.9%

