
RABBIT พัฒนาการเชิงบวก
เรียกว่า เกิดปรากฏการณ์ตื่นตูมตั้งแต่หัววัน (ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อน) สำหรับหุ้นกระต่าย บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT ในกลุ่มบีทีเอส
เรียกว่า เกิดปรากฏการณ์ตื่นตูมตั้งแต่หัววัน (ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อน) สำหรับหุ้นกระต่าย บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RABBIT ในกลุ่มบีทีเอส โดยในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นไปแล้ว 30% ส่วนรอบ 1 เดือน ราคาปรับขึ้นไป 40% ตอนแรกก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกระต่ายตัวนี้..??
สุดท้ายมาถึงบางอ้อ…วิ่งรับงบสวยนี่เอง..!! ว่าแต่รู้กันได้ไงเนี่ย..??
โดย RABBIT ประกาศงบปี 2568 พลิกมามีกำไรสุทธิ 1,076 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 522 ล้านบาท…เป็นการพลิกกลับมามีกำไรในรอบ 2 ปีเลยทีเดียว
โอเค…แม้จะมีการบุ๊กกำไรพิเศษก้อนใหญ่จากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและการร่วมค้า นั่นคือ Diplomat Prague และ KE จำนวน 1,362 ล้านบาท แต่ถ้าไปดูผลการดำเนินงานปกติ รายได้ก็เติบโตดีนะ
โดยในปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,328 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 42.3% แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจบริการทางการเงิน 1,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 338 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 42.2% รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 4,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 511 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.1% และรายได้อื่น 1,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,328 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 298.4%
ถ้าซูมเข้าไปอีกนิดชิดเข้ามาอีกหน่อย จะเห็นว่าพระเอกดาวรุ่งที่น่าจับตา เป็นธุรกิจประกัน ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1% โดยในปี 2568 แรบบิท ประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 3,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 511 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเติบโตดังกล่าวมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่องทางตัวแทนประกันชีวิต รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ส่งผลให้ปี 2568 RABBIT รับรู้กำไรสุทธิจากธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 174 ล้านบาท เทียบกับปี 2567 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 429 ล้านบาท
ส่วนพระรองอย่างธุรกิจบริหารจัดการสินเชื่อด้วยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) มีรายได้อยู่ที่ 155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% โดยมีเงินสดรับจาก NPL และ NPA รวม 125 ล้านบาท
ฟากตัวประกอบอย่างธุรกิจโรงแรม มีรายได้รวม 2,727 ล้านบาท ลดลง 2.8% สาเหตุมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่ามีรายได้ 1,180 ล้านบาท ลดลง 6.0% ปัจจัยหลักมาจากการขายอาคารสำนักงานทีเอสที ทาวเวอร์ในเดือน พ.ย. 2567
ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง มีรายได้ 657 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิห้องชุดให้แก่ลูกค้า และรับเหมาก่อสร้างในโครงการเดอะ เรสซิเดนเซส 38 และธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ มีรายได้ 161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารจัดการ จากการขยายขอบเขตการให้บริการในระหว่างปี
ก็เห็นถึงพัฒนาการเชิงบวกของ RABBIT อย่างชัดเจน..!!
อ้อ..นอกจากโชว์งบสวยแล้ว ในวันเดียวกันยังแจ้งเรื่องการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่ชื่อ บริษัท คัสตอมเฮ้าส์ ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจโรงแรม และที่พัก ในประเทศไทยด้วยนะ…
บ่งบอกว่า RABBIT ยังไม่ทิ้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นะ…ส่วนในอนาคต อันนี้ไม่แน่…
เพราะถ้าย้อนความไปในอดีตสมัยเป็นบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U “กวิน กาญจนพาสน์” กรรมการ U เคยประกาศกร้าว “ไม่เอาแล้วธุรกิจอสังหาฯ จะมุ่งไปสู่ธุรกิจการเงินแทน” จำกันได้บ่…
สงสัยคงรอเวลาที่เหมาะสมในการสลัดคราบอสังหาฯ อยู่มั้ง..!?
ส่วนที่เห็นวานนี้ (17 ก.พ. 2569) หุ้น RABBIT ปรับลดลง 2.63% ปิดตลาดที่ 0.37 บาท ก็ไม่ต้องตกใจไป เป็นการขายทำกำไรแหละ…
แหม๊…ราคาขึ้นมาเยอะซะขนาดนั้น มันเย้ายวนใจให้ขายบ้างแหละน่า…
ส่วนจะขายหมูหรือเปล่า..?? อันนี้ไม่รู้ด้วยนะ
…อิ อิ อิ…