
กสทช. เดินหน้าปรับแผนคลื่นระบบ “FM-AM” เพิ่มความยืดหยุ่น รองรับอนาคตวิทยุไทย
สำนักงาน กสทช. จัด Focus Group ปรับปรุงแผนความถี่วิทยุ FM และ AM รองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตของสถานีวิทยุหลักในปี 2570
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้จัดประชุมรับฟังความเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group) ต่อแนวทางการปรับปรุงแผนความถี่วิทยุกิจการกระจายเสียงระบบ FM และระบบ AM ในระดับภูมิภาค เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารหอประชุม สำนักงาน กสทช. กรุงเทพฯ
โดยมีผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงระบบ FM และ AM ที่เป็นสถานีวิทยุหลักในระดับภูมิภาคทั้งประเภทสาธารณะและธุรกิจ จำนวนกว่า 200 สถานี มาร่วมรับฟังการชี้แจงและเสนอข้อคิดเห็นทั้งในระบบออนไซต์และออนไลน์
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า วันที่ 3 เมษายน 2570 จะสิ้นสุดการอนุญาตประกอบกิจการในระบบ FM จำนวน 237 สถานี และระบบ AM จำนวน 145 สถานี ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงหลัก ประเภทสาธารณะที่เป็นของงานราชการ และวันที่ 3 เมษายน 2572 จะสิ้นสุดการอนุญาตประกอบกิจการในระบบ FM จำนวน 68 สถานี ซึ่งเป็นวิทยุกระจายเสียงหลัก ประเภทธุรกิจที่เป็นของเอกชนและรัฐวิสาหกิจ
โดยที่สถานีดังกล่าว ต้องทราบแนวทางในการประกอบกิจการต่อไป ภายใน 180 วันก่อนสิ้นสุดการอนุญาต นั่นหมายความว่า ภายในกันยายนปีนี้ กสทช. จะต้องออกประกาศหลักเกณฑ์ในการอนุญาตใช้คลื่นความถี่ เพื่อมิให้เกิดภาวะ ‘เสียงดับ’ ซึ่งตามขั้นตอนมาตรฐานสากล ในการบริหารคลื่นความถี่นั้น ก่อนที่จะจัดสรรและอนุญาตใช้คลื่นความถี่นั้น จำเป็นต้องจัดทำแผนความถี่วิทยุก่อน
ดังนั้น สำนักงาน กสทช. จึงได้เสนอขอจัดทำโดยปรับปรุงแผนความถี่วิทยุ FM ระดับภูมิภาคตามภาคผนวก ก เดิมที่เป็นแบบ Assignment Plan กล่าวคือ มีการกำหนดคลื่นความถี่ พิกัดที่ตั้งและคุณสมบัติทางเทคนิค (เช่น กำลังส่งออกอากาศ ความสูงสายอากาศ) ในแต่ละคลื่นความถี่ มาเป็นแบบ Allotment Plan กล่าวคือ กำหนดคลื่นความถี่ พื้นที่ให้บริการ คุณสมบัติทางเทคนิคที่เหมือนกันในทุกคลื่นความถี่ โดยมีเหตุผลในการปรับปรุงนอกจากเป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว ยังเป็นแบบเดียวกับแผนความถี่วิทยุ FM ระดับท้องถิ่นตามภาคผนวก ข ที่ได้จัดทำที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้เกิดความยืดหยุ่นจากการไม่กำหนดพิกัดที่ตั้งตายตัว ส่งผลให้สามารถพิจารณาคลื่นความถี่ที่มีช่องว่างเพิ่มเติมได้
“การประชุมครั้งนี้ นอกจากเป็นการสอบถามความคิดเห็นต่อการปรับปรุงแผนความถี่วิทยุใหม่ในลักษณะ Allotment Plan แล้ว ยังได้สอบถามถึงความจำเป็นและความต้องการในการใช้คลื่นความถี่วิทยุ FM และ AM ของผู้ที่ได้รับอนุญาตเดิม แม้ว่าการจัดทำแผนความถี่วิทยุและการพิจารณาอนุญาตในครั้งใหม่นี้ กสทช. ไม่ต้องดำเนินการตามบทเฉพาะกาล ตามมาตรา 82 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช. ก็ตาม แต่เพื่อที่ กสทช. จะได้ทราบข้อมูลด้านอุปสงค์ (Demand) ความต้องการที่ชัดเจน โดยเฉพาะจากรายเดิม มาประกอบการพิจารณาในการเสนออุปทาน (Supply) รองรับ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ เพื่อให้การจัดสรรคลื่นความถี่ อันเป็นสมบัติของชาติที่มีจำกัด เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ก่อนที่จะนำเสนอ กสทช. ให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว

