
“บล.กรุงศรี” คาด SET แกว่งตัวขึ้น ชู GULF-CPAXT-THAI หุ้นเด่นรับการเมืองชัด-บาทแข็ง
บล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาส “Sideway Up” รับแรงหนุนจากเงินบาทแข็ง ราคาพลังงานชะลอ และความชัดเจนทางการเมือง พร้อมแนะ GULF, CPAXT และ THAI เป็นหุ้นเด่น
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินกลยุทธ์การลงทุนว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway Up” โดยยังให้น้ำหนักต่อปัจจัยภายนอกจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี หากไม่มีการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน คาดว่าราคาพลังงานและราคาน้ำมันจะค่อย ๆ คลายตัวลง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้าน downside ต่อกำไรของตลาด หากราคาน้ำมันยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ KSS มองว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในกลุ่ม Emerging Markets และตลาดหุ้นไทย ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศได้รับแรงหนุนจากภาพการเมืองที่มีความชัดเจนมากขึ้น และกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่เดินหน้าในกรอบเวลาที่ชัดเจน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมมีแนวโน้มเป็นบวก
สำหรับธีมการลงทุนประจำสัปดาห์ KSS ให้น้ำหนัก 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ธีมการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมองบวกต่อหุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กลุ่มไฟฟ้า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กลุ่มสื่อสาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC กลุ่มธนาคาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รวมถึงหุ้นบริโภค บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT
อีกธีมหนึ่งคือการแข็งค่าของเงินบาทและการชะลอตัวของราคาพลังงาน ซึ่ง KSS มองว่าจะเป็นบวกต่อบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI, GULF และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC โดยระบุว่าหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ ได้แก่ GULF, CPAXT และ THAI ขณะที่หุ้นเด่นในสัปดาห์ก่อน ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, KTB และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.85% สูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ที่ให้ผลตอบแทน 1.68%
KSS ระบุว่า GULF มีปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานที่เริ่มปรับตัวลง ค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า และความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเร่งผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะที่ CPAXT ได้รับแรงหนุนจากการจำหน่ายสินค้าจำเป็นและแรงเก็งกำไรต่อมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ส่วน THAI มีโอกาสได้รับความสนใจจากการคาดการณ์การเข้าคำนวณในดัชนี MSCI รอบถัดไป ประกอบกับราคาหุ้นยังอยู่ในระดับล่างและมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็ว หากราคาน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย
ด้าน Investment Theme ฝ่ายวิจัยของ KSS ยังระบุหุ้นเด่นประจำเดือนมีนาคม 2569 ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE, GULF, AMATA, PTTGC, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, CPAXT และ GPSC ขณะที่หุ้นเด่นประจำไตรมาส 1/2569 ประกอบด้วย ADVANC, BDMS, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO, GULF, KBANK, บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ PTTGC ส่วนหุ้นขนาดเล็กที่น่าสนใจ ได้แก่ AMATA, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL, บริษัท อินเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET และบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC

