DELTA วิ่งต่อ 4% รับกระแส AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนกำไรปีนี้โตเด่น โบรกชูเป้า 298 บ.

DELTA บวกต่อ 4% รับแรงหนุนกระแส AI-Data Center หลังโบรกคาดรายได้และกำไรปี 2569 เติบโตเด่นจากธุรกิจ Power Electronics พร้อมแนะนำ “ทยอยซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 298 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 เม.ย.69) ราคาหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ณ เวลา 10:48 น. อยู่ที่ระดับ 287 บาท บวก 11 บาท หรือ 3.99% ราคาสูงสุด 293 บาท ราคาต่ำสุด 285 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 3,148.35 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของหุ้น DELTA ในไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า มีทิศทางเติบโตแข็งแกร่ง โดยคาดว่าบริษัทจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 62,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8.4% จากไตรมาสก่อนหน้า แรงหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ Power Electronics ที่ได้รับอานิสงส์จากปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ากลุ่ม Data Center และ Cloud Service

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่ยังเดินหน้าเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยปัจจุบันสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ยังเป็นตลาดหลักของ DELTA คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 33% และ 15% ของรายได้รวมตามลำดับ ขณะที่ประเทศไทยขยับขึ้นมาเป็นตลาดรายได้อันดับ 3 ของบริษัท ด้วยสัดส่วน 10% ของรายได้รวม จากกระแสการลงทุนด้าน Data Center ภายในประเทศที่เร่งตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

บล.ฟิลลิป มองว่า แนวโน้มดังกล่าวยังมีโอกาสต่อเนื่องไปในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยเฉพาะหลัง Microsoft ประกาศแผนลงทุนด้าน Cloud และ AI ในประเทศไทยมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2569-2571 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญต่อผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่าง DELTA ขณะที่บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในกลุ่ม AI Power System และ Data Center Solution สำหรับการเติบโตในอนาคตแล้ว

ในด้านความสามารถทำกำไร คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะอยู่ที่ 28.6% เพิ่มขึ้น 299 basis points จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากสัดส่วนรายได้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ Cloud Service ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจอื่น

อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากถูกชดเชยด้วยผลกระทบจากค่าเงินบาทเฉลี่ยที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 31.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่เริ่มกลับมาอ่อนค่าในช่วงปลายไตรมาส 1 คาดว่าจะเริ่มส่งผลบวกต่อผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569

แม้คาดว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับเพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) สูงขึ้นมาอยู่ที่ 14.4% แต่ภาพรวมกำไรยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี โดยคาดว่า DELTA จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 7,812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7.7% จากไตรมาสก่อน

สำหรับแนวโน้มธุรกิจระยะถัดไป บล.ฟิลลิปฯ ระบุว่า แม้ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังมีทิศทางอ่อนตัว แต่ความผันผวนของต้นทุนพลังงานในปัจจุบันจะเป็นแรงผลักดันให้ความต้องการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่ DELTA มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นระบบพลังงานแสงอาทิตย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และยานยนต์ไฮบริด

นอกจากนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์แนะนำ “ทยอยซื้อ” หุ้น DELTA หลังมองว่าความกังวลเรื่องการขาดแคลนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ และยังไม่เห็นปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในปัจจุบัน โดยได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 เพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 30,144 ล้านบาท เติบโต 21.5% จากปีก่อน พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 298.00 บาทต่อหุ้น โดยอิงค่า P/E ที่ 120 เท่า และรวม ESG Premium ที่ 2.7% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป

Back to top button