“เงินดอลลาร์” แข็งรับบอนด์ยีลด์ขาขึ้น-ทองคำร่วง

KTB ชี้บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นทดสอบระดับ 4.50% อีกครั้ง หลังตลาดเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง กดดันราคาทองคำและค่าเงินบาทให้ผันผวน มองตลาดยังเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และผลการเจรจา Trump-Xi พร้อมแนะทยอยสะสมบอนด์ระยะยาวเมื่อยีลด์อยู่ในระดับสูง ลุ้นแนวต้าน 32.50 บาท


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า บรรยากาศในตลาดการเงินโลกยังคงผันผวน หลังบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 4.50% อีกครั้ง จากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดนานกว่าคาด ขณะเดียวกัน ภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ในตลาดหุ้นสหรัฐยังลดทอนความน่าสนใจของการถือครองพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนทยอยขายบอนด์ต่อเนื่อง

มองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งขึ้นและลง ขึ้นอยู่กับผลการเจรจา Trump-Xi summit รวมถึงพัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หากการเจรจามีสัญญาณเชิงบวก อาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ชะลอการปรับขึ้นหรือย่อตัวลงได้บ้าง

อย่างไรก็ดี ระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐบริเวณ 4.50% ขึ้นไป เริ่มมีความน่าสนใจสำหรับการทยอยเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาว ทั้งสหรัฐและไทย เนื่องจากมีระดับผลตอบแทนที่สามารถรองรับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง แม้ในกรณีที่สถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น หรือหาก FED ภายใต้ประธานคนใหม่ตัดสินใจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด จนทำให้บอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.00% ก็ตาม โดยยังคงมุมมองว่า FED อาจลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ และอีก 1 ครั้งในต้นปีหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ยังแข็งค่าขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐและความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษ ยิ่งช่วยหนุนดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นใกล้ระดับ 99 จุด ส่วนราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งและบอนด์ยีลด์ขาขึ้น ทำให้ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน 2026 ปรับตัวลดลงเข้าใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง

สำหรับค่าเงินบาท นักวิเคราะห์ยังประเมินว่าอยู่ในภาวะผันผวนสูงและมีความเสี่ยง Two-Way Risk จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยแม้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนของดอลลาร์แข็งและทองคำอ่อนตัว แต่กระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย รวมถึงแรงขายดอลลาร์จากผู้ส่งออก อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าไว้ได้บางส่วน ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้น เงินบาทอาจอ่อนค่าได้จำกัดบริเวณ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนมีโอกาสกลับมาแกว่งตัวแข็งค่าขึ้นได้ในระยะถัดไป

Back to top button