
ป.ป.ช. มติเอกฉันท์ ยกฟ้องอดีตบิ๊ก ปตท.สผ. ปิดม่านคดีสินบนโรลส์-รอยซ์
ปิดคดีประวัติศาสตร์ “สินบนข้ามชาติ” โรลส์-รอยซ์ หลังคาราคาซังกว่า 7 ปี ล่าสุดคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องอดีตผู้บริหาร ปตท.สผ. ทั้งหมด ชี้พยานหลักฐานเส้นทางการเงินไม่ชัดเจน เผยการจัดซื้อเครื่องจักรโครงการอาทิตย์และอื่นๆ เป็นไปตามระเบียบธุรกิจ ไม่พบพฤติการณ์เอื้อประโยชน์หรือรับสินบน
กลายเป็นบทสรุปที่ถูกจับตามองอย่างมากในแวดวงพลังงานและกฎหมาย สำหรับคดี “สินบนข้ามชาติ” ระหว่างบริษัท โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 7 ปี ล่าสุดมีรายงานยืนยันว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติยกคำร้องและ “ถอนฟ้อง” ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นจากการขยายผลข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าบริษัท โรลส์-รอยซ์ (สหราชอาณาจักร) ได้จ่ายเงินสินบนผ่านตัวกลางให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศเพื่อแลกกับการได้สัญญาสัมปทาน ซึ่งในประเทศไทยปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์ Feed Gas Turbine Compressor สำหรับแท่นผลิตกลางโครงการอาทิตย์ (Project PTT Arthit) ในช่วงปี 2547-2551 วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท
ในช่วงแรก ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดอดีตผู้บริหารระดับสูง 4 ราย ได้แก่ นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์, นายอนุชา สิหนาทกถากุล, นายมารุต มฤคทัต และนายเผ่าเผด็จ วรบุตร โดยพุ่งเป้าไปที่พฤติการณ์เร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ และการตรวจพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับค่าคอมมิชชั่นผ่านบัญชีธนาคารในสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อสำนวนถูกส่งไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) กลับเกิดความเห็นแย้ง โดยอัยการมองว่าพยานหลักฐานมีความไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงผู้บริหารระดับสูงยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีประเด็นข้อกฎหมายว่า ปตท.สผ. ในขณะนั้นอาจไม่ใช่ “รัฐวิสาหกิจ” ตามนิยาม ทำให้ ป.ป.ช. อาจไม่มีอำนาจไต่สวนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
แม้ในช่วงเดือนเมษายน 2568 ป.ป.ช. จะพยายามยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางด้วยตนเอง แต่ภายหลังจากกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นพยานหลักฐานใหม่เพื่อขอความเป็นธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้กลับไปทบทวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกคำร้องอดีตผู้บริหาร ปตท.สผ. ในทุกโครงการที่เกี่ยวข้อง รวม 5 โครงการหลัก (GSP-5, OCS3, PCS, ESP และ GSP-6) โดยผลการตรวจสอบเชิงลึกระบุข้อเท็จจริงที่สำคัญ คือ ไม่พบหลักฐานการเอื้อประโยชน์: การจัดซื้อเครื่องจักรด้วยวิธีพิเศษเป็นไปตามขั้นตอนทางธุรกิจและระเบียบภายใน เส้นทางการเงินไม่เชื่อมโยง ไม่พบหลักฐานยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินสินบนโดยตรง และ ไม่พบพฤติการณ์ที่ทำให้ ปตท. ได้รับความเสียหายจากการทำสัญญากับ โรลส์-รอยซ์
ทางด้าน นายมารุต มฤคทัต อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการ ปตท.สผ. หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ได้ส่งเอกสารชี้แจงต่อสื่อมวลชน ระบุว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 38/2568 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากหนังสือขอความเป็นธรรมแล้ว และมีมติให้ “ยุติการดำเนินคดี” กับตน โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งยกเลิกการไปรายงานตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นที่เรียบร้อย
ถือเป็นการปิดฉากคดีสินบนข้ามชาติครั้งใหญ่ที่ดำเนินมาเกือบทศวรรษ โดยที่ภาคสังคมยังคงรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากสำนักงาน ป.ป.ช. ถึงรายละเอียดเชิงลึกของเหตุผลในการยุติคดีครั้งนี้ต่อไป..//

