
“ซัมสับ” ชี้ไทยเร่งคุมคริปโท ก.ล.ต. จ่อใช้ Travel Rule ดันตลาดสู่มาตรฐานโลก
Sumsub เผยกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิคเดินหน้าคุมเข้มกำกับดูแลการฟอกเงินอย่างเข้มข้น ขณะที่ประเทศไทย ก.ล.ต. คาดว่าจะบังคับใช้กฎ Travel Rule สำหรับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ มั่นใจช่วยยกระดับอุตสาหกรรมดึงนักลงทุนสถาบันเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น
นาง เพนนี ชัย รองประธานฝ่ายเอเชียแปซิฟิก บริษัท ซัมสับ จำกัด (Sumsub) ผู้นำระดับโลกด้านการยืนยันตัวตนและการป้องกันการทุจริต เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯได้เข้าร่วมกับสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Asset Association) และ Cryptomind Group ในงานสัมมนาอุตสาหกรรม “The Thai Gateway: Building Trust and Transparency through Travel Rule Compliance” ณ กรุงเทพฯ งานนี้ได้รวบรวมหน่วยงานกำกับดูแลหลักของไทย เช่นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
พร้อมด้วยที่ปรึกษาด้านนโยบายและผู้นำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อหารือเกี่ยวกับการนำกฎมาตรฐานสากลที่กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) เช่น Exchange หรือ Wallet ต้องรวบรวม ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลตัวตนของผู้โอนและผู้รับโอนทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม (Travel Rule) (คำแนะนำข้อที่ 16 ของ FATF) มาใช้ รวมถึงความหมายของ “ความพร้อมด้านการกำกับดูแล” (Regulated Maturity) สำหรับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ
ปัจจุบันพบว่าในขณะที่เขตอำนาจศาลต่าง ๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิก (APAC) ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน ต่างเดินหน้าคุมเข้มมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ประเทศไทยเองก็กำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีการเสนอข้อบังคับ Travel Rule สำหรับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 นี้ ภายใต้การนำของ ก.ล.ต. ร่วมกับ ปปง.
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการควบคุมด้าน AML ปรับปรุงการติดตามสินทรัพย์และการจัดเก็บข้อมูล และป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งยกระดับการกำกับดูแลของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การเปลี่ยนผ่านนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มระดับโลก โดยจากรายงาน State of the Crypto Industry ฉบับล่าสุดของ Sumsub พบว่า 51% ของแพลตฟอร์มคริปโทที่ได้รับการสำรวจ ระบุว่าพวกเขามีความพร้อมเต็มที่ (23%) หรือกำลังดำเนินการติดตั้ง (28%) ตามคำแนะนำข้อที่ 16 ของ FATF ขณะที่อีก 43% ยังไม่แน่ใจสถานะการรวมระบบ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการปฏิบัติตาม Travel Rule กำลังกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานมากกว่าจะเป็นเพียงจุดต่างทางการแข่งขัน ในขณะที่ภาคส่วนคริปโตกำลังก้าวเข้าสู่ระยะที่ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น
“การประกาศใช้ Travel Rule ของไทยเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังก้าวข้ามช่วงของการทดลองไปสู่ความพร้อมด้านการกำกับดูแล ผู้ให้บริการที่จะเติบโตได้คือผู้ที่มองว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบคือโครงสร้างพื้นฐาน โดยการฝังระบบการยืนยันตัวตนที่แม่นยำ การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ปลอดภัย และการควบคุมที่เข้มงวดไว้ในกระบวนการดำเนินงาน “เมื่อธุรกิจสามารถเปลี่ยนข้อกำหนดที่ซับซ้อนให้กลายเป็นกระบวนการทำงานที่ชัดเจน พวกเขาไม่เพียงแต่จะก้าวทันกฎระเบียบเท่านั้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นที่จำเป็นในการดึงดูดนักลงทุนสถาบันและผู้ใช้งานทั่วไปให้เข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น” นาง เพนนี ชัย กล่าว
ในการสัมมนาครั้งนี้ Sumsub และพันธมิตรได้มุ่งเน้นไปที่เส้นทางการดำเนินงานของไทยโดยเฉพาะ โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่วิธีการที่ธุรกิจไทยจะเตรียมตัวเพื่อรวบรวม ตรวจสอบ และส่งข้อมูลผู้โอน (Originator) และผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) สำหรับการทำธุรกรรมตามเกณฑ์ ซึ่งสำหรับหลายบริษัท สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ปลอดภัย การคัดกรองคู่ค้า การควบคุมภายใน และการตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นในการเปลี่ยน “ตัวอักษรทางกฎหมาย” ให้เป็น “กระบวนการที่ทำได้จริงและขยายขนาดได้
บทบาทของ Sumsub ในเวทีนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบทั่วภูมิภาค ปัจจุบัน Sumsub สนับสนุนระบบนิเวศ Travel Rule ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP) กว่า 2,100 รายเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย และได้รวมโปรโตคอลหลัก ๆ เข้าเป็นโซลูชันที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์