TLI ดีดบวก 2% แย้มไตรมาส 2 ยอดขายคัมแบ็ก ส่ง “เรือธงใหม่” ดันยอดเบี้ยโต

TLI เด้ง 2% มั่นใจยอดขายเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เดินหน้าเปิดผลิตภัณฑ์เรือธงใหม่ทั้งช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ และตัวแทน หวังหนุนเบี้ยรับรวมปีนี้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมโชว์บริหารพอร์ตเชิงรุกลดเสี่ยงช่วงตะวันออกกลางตึงเครียด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ณ เวลา 11:45 น. อยู่ที่ระดับ 11.50 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 1.77% สูงสุดที่ระดับ 11.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 11.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 83.39 ล้านบาท

นางสาวพิมพ์พลอย วิเชียรปราการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยในงาน Opportunity Day (วันที่ 21 พ.ค. 2569) ว่า ยอดขายประกันจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป ประเมินว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมตลอดทั้งปี 2569 จะยังคงเติบโตในระดับปานกลาง สอดคล้องกับภาพรวมของการเติบโตในอุตสาหกรรม

เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน TLI เตรียมความพร้อมและเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธง (Flagship Product) ใหม่ในหลายช่องทาง ในส่วนของช่องทางพันธมิตรได้ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดตัวผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล 14/5 (คุ้มครอง 14 ปี จ่ายเบี้ย 5 ปี) ไปเมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ในช่องทางตัวแทน เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ในช่วงเดือน มิ.ย. 2569

ด้านมุมมองและกลยุทธ์การลงทุน ภายใต้ความผันผวนของตลาดและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น บริษัทประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวแทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน เนื่องจากภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยจะกระทบมูลค่าแบบ Mark to Market ทั้งฝั่งสินทรัพย์และหนี้สินไปพร้อมกัน

ประกอบกับบริษัทมีการบริหารจัดการส่วนต่างระยะเวลาของสินทรัพย์และหนี้สินให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 ปี มาอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังนับเป็นโอกาสอันดีในการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนใหม่ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลตอบแทนของผู้ถือกรมธรรม์ประเภทมีส่วนร่วมในเงินปันผลอีกด้วย

นอกจากนี้ ช่วงเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เมื่อต้นเดือน มี.ค. บริษัทได้ปรับพอร์ตลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มสัดส่วนเงินสด และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. บริษัททยอยนำเงินกลับไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุด

Back to top button