KTB ชี้ตลาดการเงินผันผวนสูง จับตาเจรจา “สหรัฐ-อิหร่าน” ลุ้นเงินบาทแข็ง 32.20 บ.

KTB มองบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ แกว่งตัวในกรอบ ท่ามกลางความหวังเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน แต่ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง แนะทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว พร้อมเตือนเงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสองทาง หากสงครามตะวันออกกลางปะทุรุนแรง อาจเห็นบาทอ่อนแตะ 34 บาทต่อดอลลาร์


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกยังเผชิญความผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หลังนักลงทุนจับตาพัฒนาการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 4.55%-4.64% ล่าสุดแกว่งตัวบริเวณ 4.57% สะท้อนมุมมองระมัดระวังของตลาด ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้จะเริ่มมีสัญญาณบวกจากความหวังต่อการเจรจา

การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ถูกจำกัดจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน พร้อมมองว่าระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี ที่สูงกว่า 4.50% เริ่มมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในกรณีที่สถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ลุกลามรุนแรงเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)

ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทยอยคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาส 2 และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง FED มีโอกาสคงดอกเบี้ยในปี 2026 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อเนื่อง ส่งผลให้ยังแนะนำทยอยเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวทั้งสหรัฐฯ และไทยในช่วงที่ยีลด์ยังอยู่ระดับสูง

ด้านตลาดเงิน เงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงตามการปรับลดลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 99.1-99.5 จุด ขณะที่ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน 2026 รีบาวด์กลับขึ้นเหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงหนุนของดอลลาร์อ่อนค่าและยีลด์ที่ชะลอลง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของทองคำยังถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนยังไม่เร่งเปิดรับความเสี่ยงมากนัก

สำหรับค่าเงินบาท มองว่ายังเผชิญภาวะ “Two-way Risk” หรือมีโอกาสผันผวนได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าทดสอบแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ หากการเจรจาหยุดยิงมีความคืบหน้า แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น จนราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจกดดันเงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 33.00-34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ พร้อมแนะผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้กลยุทธ์ Options เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงตลาดผันผวนสูง

Back to top button