
CCET บวกแรง 10% ลุ้นกำไร Q2 ฟื้น รับดีมานด์อิเล็กทรอนิกส์-ซัพพลายเชน AI
CCET บวกแรง 10% โบรกมองแนวโน้มไตรมาส 2/69 มีโอกาสเห็นยอดขายทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ AI supply chain
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค. 69) ราคาหุ้น บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET ณ เวลา 10:30 น. อยู่ที่ระดับ 7.45 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 10.37% สูงสุดที่ระดับ 7.70 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,332.51 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า CCET รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 502 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากตัดผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ซึ่งรวมกันขาดทุน 32 ล้านบาท กำไรปกติจะอยู่ที่ 534 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18.2% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 24.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน)
สำหรับกำไรปกติฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ตามการปรับตัวดีขึ้นของ GPM และไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานและการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเหมือนในช่วง 2 ไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรยังลดลงจากงวดเดียวของปีก่อน เนื่องจากรายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐยังไม่กลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
รายได้รวมอยู่ที่ 2.97 หมื่นล้านบาท (ลดลง 18.1% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 14.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) ขณะที่ยอดขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 933 ล้านดอลลาร์ (ลดลง 17.4% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) แม้บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงวิธีบันทึกรายได้ ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขรายได้ลดลงบางส่วน แต่ภาพรวม demand ยังถือว่าอ่อนแอในช่วงต้นปี
อย่างไรก็ตาม สัญญาณเริ่มฟื้นตัวปรากฏชัดขึ้น โดยบริษัทกลับมารายงานยอดขายเดือน เม.ย. 2569 ในสกุลดอลลาร์ไต้หวันเติบโต 3.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ซึ่งเป็นการกลับมาเติบโตครั้งแรกในรอบหลายเดือน เราคาดว่ายอดขายจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี สอดคล้องกับภาพการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม electronics และ AI-related supply chain
อัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 5.05% (+52 bps QoQ, -27 bps YoY) แม้ยังถูกกดดันจากค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า แต่เรามองว่าบริษัทเริ่มบริหาร efficiency ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตสินค้าใหม่ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่อง learning curve และ utilization กดดัน margin
SG&A อยู่ที่ 864 ล้านบาท (ลดลง 8.0% จากไตรมาสก่อน, ลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) ขณะที่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ กลับมาอยู่ในระดับปกติ หลังไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกิดขึ้น เทียบกับ ไตรมาส 4/68 ที่มีค่าใช้จ่าย 44 ล้านบาท และ ไตรมาส 3/68 ที่สูงถึง 250 ล้านบาท สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังไทย รวมถึงการปรับโครงสร้างพนักงาน น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และไม่น่าจะเป็น overhang ต่อผลประกอบการ
ดอกเบี้ยจ่ายอยู่ที่ 212 ล้านบาท (ลดลง 16% จากไตรมาสก่อน, แต่เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) ยังไม่มีประมาณการและคำแนะนำอย่างเป็นทางการ สำหรับ CCET ขณะที่แนวโน้ม ไตรมาส 2/69 คาดเห็นการฟื้นตัวของยอดขายต่อเนื่องตามทิศทางอุตสาหกรรม electronics ทั่วโลก โดยลูกค้าหลักของ CCET ในต่างประเทศเริ่มให้ guidance เชิงบวกมากขึ้น สอดคล้องกับยอดขายรายเดือนของบริษัทที่เริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้ง นอกจากนี้ แรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อดอลลาร์สหรัฐเริ่มผ่อนคลายลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว เราจึงคาดว่าผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2569
ประเมินกรอบกำไรปกติปี 2569 ที่ 3,000 – 3,500 ล้านบาท คิดเป็น EPS69 ที่ราว 0.29 – 0.33 บาทต่อหุ้นในเชิง Valuation หุ้นกลุ่ม Electronics ถูก re-rating ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา จากแรงเก็งกำไรเชื่อมโยงกับ thematic การลงทุนใน global semiconductors ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มอย่าง HANA และ KCE ถูกตลาดเก็งกำไรไปที่ระดับ PER สูงกว่า 30 – 35 เท่า อย่างไรก็ดีนักลงทุนต้องตระหนักว่าในภาวะปกติ Consumer Electronics มักจะซื้อขายในกรอบ PER เพียงราว 20 เท่า เท่านั้น ดังนั้น valuation ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวจำเป็นต้องมาพร้อมกับการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวกว่ารอบปกติ หาก earnings growth ไม่สามารถ sustain ได้ ระยะยาวราคาหุ้นจะยืนบน premium valuation ได้ยาก

