“ผยง” ลั่นคง ROE โตสองหลัก ชู “นกกระซิบ” หนุน SME ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

"ผยง" CEO แบงก์กรุงไทย ลั่นคง ROE สองหลักต่อเนื่อง รับไตรมาส 1/69 ROEแตะ 10.8% เดินหน้ารักษาผลตอบแทนระดับสองหลัก เน้นบริหารงบดุลอย่างมีประสิทธิภาพ ดูแลลูกหนี้ตามแนวคิด Debtor-Centric พร้อมใช้เทคโนโลยี "นกกระซิบ" เสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปรียบเสมือน "วิ่งผ่าสายฝนและพายุ"


นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงมุ่งรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในระดับสองหลักอย่างต่อเนื่อง หลังไตรมาส 1 ปี 2569 สามารถทำ ROE ได้ที่ 10.8% โดยเน้นการบริหารงบดุลและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการรักษาสมดุลด้านการเติบโต ความเสี่ยง และผลตอบแทน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของธนาคารในระยะยาว

ทั้งนี้ ธนาคารมองว่าความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุนในปัจจุบันยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) รวมถึงธุรกรรมในตลาดการเงิน ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่กลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่เพิ่มเติมจากธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิม ยืนยันว่าจะสามารถรักษาผลกำไรสุทธิให้อยู่ในระดับเป้าหมายได้ แม้การเติบโตของสินเชื่อจะต้องสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย

นายผยง กล่าวอีกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินในปัจจุบันเปรียบเสมือนการ “วิ่งผ่าสายฝนและพายุ” ที่ต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความผันผวนของค่าเงินและการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Flight to Quality) ดังนั้น การบริหารงานของธนาคารจึงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและความเชื่อมั่นเป็นหลัก เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังคงยึดแนวคิด Debtor-Centric หรือการให้ความสำคัญกับลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง โดยมุ่งดูแลและประคับประคองลูกหนี้รายเดิม โดยเฉพาะกลุ่ม SME และกลุ่มเปราะบาง ควบคู่กับหลัก Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินกำลัง นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีผ่านเครื่องมือ “นกกระซิบ” มาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยบริหารจัดการธุรกิจและการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่มาตรการ “ไทยช่วยไทย Plus” จะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อและเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่เศรษฐกิจของประเทศ

Back to top button