
ASPS ชี้จีดีพีไทย Q2 หดตัว คัด 3 หุ้นหลบภัย PTTEP-BLA-IVL
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) แนะนักลงทุนปรับพอร์ตเข้าสู่โหมด "De-Risking" ลดความผันผวน ชูหุ้นเด่น ปลอดภัยสูง PTTEP, BLA และ IVL ด้านเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณน่าเป็นห่วงหลังประเมินว่าไตรมาส 2 อาจหดตัว ท่ามกลางการจับตาภาครัฐงัดมาตรการ "THAILAND FAST PASS" กู้วิกฤต
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำเพิ่มน้ำหนักในหุ้นคุณภาพสูง โดยแบ่งเป็น 3 ธีมหลัก ได้แก่ 1.หุ้นคุณภาพสูง รายได้ค่อนข้างมั่นคง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL
2.หุ้นปันผลดี ฐานะการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB และ 3.กลุ่มพลังงาน ใช้ป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ได้แก่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP และ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL พร้อมกำหนดให้หุ้น PTTEP, BLA และ IVL เป็นหุ้นเด่นประจำวัน
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับความอ่อนแอ โดยดัชนีปรับตัวลดลง 5 วันติดต่อกัน พร้อมกับมีกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกสุทธิราว 500 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อในประเทศยังไม่เพียงพอ และมีความเสี่ยงที่จะถูกกดดันต่อหากตลาดโลกเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตได้ค่อนข้างช้า โดยมีค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.6% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่น่ากังวลคือ สัญญาณเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2/2569 หดตัวลงที่ -0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Real GDP) สาเหตุหลักมาจากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันแตะระดับ 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากเดิมที่ติดลบในไตรมาส 1) ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ทรงตัวในระดับสูงที่ 2.10%
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและเอกชนได้เร่งหาทางออก โดยมีเหตุการณ์สำคัญด้านเศรษฐกิจที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปิดตัวโครงการ “THAILAND FAST PASS” อย่างเป็นทางการ เพื่อใช้เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.00% และรอลุ้นว่าจะมีการปรับทบทวนเป้าหมาย GDP ของปีนี้ใหม่หรือไม่