KSS คาด SET สัปดาห์นี้แกว่งขึ้น จับตาเฟด–งบหุ้น Real Sector ชู KBANK-KTB-AOT หุ้นเด่น

บล.กรุงศรีคาด SET สัปดาห์หน้าแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,621–1,660 จุด รับราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สหรัฐเริ่มชะลอ พร้อมจับตาประชุมเฟดและงบไตรมาส 2/69 กลุ่ม Real Sector แนะ KBANK-KTB-AOT หุ้นเด่น


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) สัปดาห์นี้ 27–31 กรกฎาคม 2569 มีแนวโน้ม “แกว่งตัวขึ้น” ประเมินแนวต้านที่ 1,652 และ 1,660 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,630 และ 1,621 จุด

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Bond Yield) ที่เริ่มชะลอการปรับตัวขึ้น หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติม คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงจะเริ่มสร้างฐานและแกว่งตัวเพื่อรอผลประกอบการไตรมาส 2/2569

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% โดยให้น้ำหนักกับมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินในช่วงเดือนกันยายนและธันวาคม

สำหรับตลาดหุ้นไทย นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทในกลุ่มเศรษฐกิจจริง หรือ Real Sector มากขึ้น หลังจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์และบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนใน SET

ทั้งนี้ บล.กรุงศรีประเมินกำไรต่อหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทยปี 2569 ที่ระดับ 99.10 บาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มที่ได้รับการปรับประมาณการกำไรขึ้น ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มบันเทิงและธุรกิจการเกษตรถูกปรับประมาณการลง

ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรในภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นรวมประมาณ 3,153 ล้านดอลลาร์ ส่วนประเทศไทยมีเงินทุนไหลออกสุทธิ 95.5 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น 93.5 ล้านดอลลาร์ และไหลออกจากตลาดพันธบัตร 189 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าบริเวณ 33.80 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับธีมการลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากความมั่นคงด้านพลังงาน ได้แก่ PTT, PTTEP, BCP, TOP และ SPRC รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรการลงทุน ได้แก่ กลุ่มธนาคาร KBANK และ KTB กลุ่มสื่อสาร ADVANC และ TRUE กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STECON และ PYLON รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA และ WHA

ส่วนหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะโดดเด่น ได้แก่ ADVANC, IVL, BH, ICHI, BCP และ SPRC โดยสัปดาห์หน้ามีบริษัทจดทะเบียนสำคัญเตรียมรายงานผลประกอบการ ได้แก่ HMPRO วันที่ 27 กรกฎาคม ITC วันที่ 30 กรกฎาคม และ PTTEP วันที่ 31 กรกฎาคม 2569

ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐ รวมถึงตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกรกฎาคม ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสหรัฐไตรมาส 2/2569 ซึ่งตลาดคาดว่าจะขยายตัว 2.3% จากไตรมาสก่อน และผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00%

นอกจากนี้ ต้องติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีนจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเดือนกรกฎาคม ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 49.9 จุด ลดลงจาก 50.3 จุดในเดือนก่อน

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์ บล.กรุงศรีแนะนำ KBANK ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 300 บาท รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนที่เพิ่มโอกาสในการปรับมูลค่าหุ้นขึ้น พร้อมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 6% ต่อปี แนะนำ KTB ราคาเป้าหมาย 55 บาท จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและการลงทุนภาครัฐ และแนะนำ AOT ราคาเป้าหมาย 70 บาท รับปัจจัยหนุนจากเงินบาทและเงินหยวนอ่อนค่า ซึ่งช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น

Back to top button