
“ชลเดช” แจงข่าวลบ Webull ลั่นโปร่งใส-เดินหน้าฟ้องสื่อ ชี้ ก.ล.ต.-ปปง.ตรวจสอบแล้ว
“ชลเดช” ซีอีโอ Webull Thailand แจงปมข่าวกล่าวหาฝากเงินนอกระบบ-ไม่ทำ KYC กระทบพาร์ทเนอร์บางส่วนระงับสัมพันธ์ชั่วคราว พร้อมผนึก Webull ดำเนินคดีอาญาและเรียกค่าเสียหาย ย้ำ ได้รับการตรวจสอบจาก ก.ล.ต.-ปปง. และ ก.ล.ต.อนุมัติเข้าซื้อหุ้นใหญ่ “บล.พาย” สะท้อนการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอาเซียนต่อเนื่อง
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “Webull Thailand” เปิดเผยถึงกรณีประเด็นข่าวเชิงลบที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคู่ค้าบางราย โดยระบุว่า ต้นตอของประเด็นดังกล่าวเกิดจากสื่อรายหนึ่งนำเสนอข้อกล่าวหาว่า Webull รับฝากเงินนอกระบบธนาคาร ไม่ดำเนินการตรวจสอบและยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) และดำเนินธุรกิจในลักษณะ “ธนาคารเถื่อน” ซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาที่มีความร้ายแรงอย่างมาก
ข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อการดำเนินธุรกิจ โดยพาร์ทเนอร์รายใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่ง จากจำนวนพาร์ทเนอร์ที่อยู่ระหว่างการหารือทั้งหมดไม่ถึง 10 ราย ได้ขอระงับความสัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นการชั่วคราว เพื่อรอความชัดเจนของข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พาร์ทเนอร์หลักอย่าง True Money และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ยังคงให้ความเชื่อมั่นและเดินหน้าดำเนินงานร่วมกับ Webull Thailand ต่อเนื่อง
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย Webull Thailand ได้ร่วมกับบริษัทแม่ Webull ดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาและเรียกค่าเสียหายจากสื่อดังกล่าว โดยบริษัทได้ประเมินความเสียหายจากโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไป อันเป็นผลจากการที่พาร์ทเนอร์บางรายตัดสินใจระงับความสัมพันธ์เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของบริษัทจากข้อกล่าวหาที่ Webull ระบุว่าไม่เป็นความจริง
นายชลเดช กล่าวว่า Webull ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและโปร่งใส โดยบริษัทได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แล้ว ขณะที่การที่ ก.ล.ต. มีมติอนุมัติให้ Webull เข้าซื้อหุ้นใหญ่ใน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi รวมถึงอนุมัติโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สะท้อนว่าบริษัทดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ Webull Thailand ยังเพิ่งได้รับโล่รางวัลจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนถึงความร่วมมือในการป้องกันและรับมือกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
สำหรับภาพรวมของ Webull โดย Webull จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่รัฐฟลอริดา และมีสำนักงานดำเนินงานอยู่ที่นิวยอร์ก แม้ผู้ก่อตั้ง (Founder) จะเป็นชาวจีน แต่บริษัทไม่มีการดำเนินธุรกิจในประเทศจีน และไม่มีนโยบายเปิดรับบัญชีสำหรับนักลงทุนสัญชาติจีน ขณะที่การขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน Webull มีสาขาแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย

