
“บอนด์ยีลด์สหรัฐ” จ่อแตะ 5% รับเกมเฟดขึ้นดอกเบี้ย แนะ Buy on Dip สะสมบอนด์ยาว
KTB มองบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ มีโอกาสทดสอบ 5% หาก FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ แต่ยังต่ำกว่า Break-Even Yield ที่ 5.20-5.30% ชี้เป็นจังหวะทยอยสะสมบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ-ไทย รับโอกาสยีลด์ขาลงในระยะถัดไป
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า มุมมองต่อตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯเคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% หลังผู้เล่นในตลาดต่างคงรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ เราคงมองว่าผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯและไทย เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวปัจจุบัน สามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ FED อาจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวัง โดย FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้
โดยระดับดังกล่าวต่ำกว่า จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.20%-5.30% และที่สำคัญ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

