“ทองคำนิวยอร์ก” ปิดบวก 11 เหรียญ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังหุ้นเทคร่วง-ดอลลาร์อ่อน

ทองคำนิวยอร์กปิดบวก 11 ดอลลาร์ แตะ 4,181.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีร่วงต่อเนื่อง ด้านนักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด หลังเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาดและตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ต.ค.69) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (16 ต.ค.) แต่ยังลดลงในรอบสัปดาห์ ท่ามกลางการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และเพิ่มโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 11.00 ดอลลาร์ หรือ 0.26% ปิดที่ 4,181.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ภาพรวมตลอดสัปดาห์ ราคาทองคำยังปรับตัวลดลงราว 0.7%

นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ เนื่องจากนักลงทุนยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะต่อไป โดยตลาดกำลังจับตาว่าแรงกดดันเงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวจะทำให้เฟดจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นหรือไม่

ด้าน เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลก แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป โดยย้ำว่าเฟดจะพิจารณานโยบายจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับเป็นสำคัญ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่ง ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สะท้อนว่าราคาสินค้าและบริการยังเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ออสแตน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก ระบุว่า ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดถือเป็นข้อมูลที่น่าผิดหวัง ขณะที่เบธ แฮมแม็ก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเข้มงวดมากขึ้น หากการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนปรับตัวแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม แต่ตลาดให้น้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมสูงถึงประมาณ 90% ตามเครื่องมือ FedWatch ของ CME

โดยทั่วไปทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ภาวะดอกเบี้ยสูงถือเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้ความน่าสนใจในการถือครองลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์จาก Capital Economics คาดว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลงในช่วงที่เหลือของปี หากเฟดยังคงเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการสิ้นสุดของกระแสการลงทุนในธุรกิจ AI อาจเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นที่ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในอินเดียซื้อขายสูงกว่าราคาอ้างอิงในตลาดโลกเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือนในสัปดาห์นี้ หลังการปรับตัวลงของราคาทองคำช่วยกระตุ้นแรงซื้อเครื่องประดับทองคำจากผู้บริโภค

Back to top button