“เอกนัฏ” รับลูกม็อบรถบรรทุก ลุยปรับโครงสร้างน้ำมัน ลดภาระต้นทุนขนส่ง

กระทรวงพลังงานรับข้อเสนอ 10 ข้อจากสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เร่งเสนอ “เอกนัฏ” พิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน เผยตัดต้นทุนส่วนเกินช่วยลดภาระประชาชน 1.08 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมหักผลประโยชน์โรงกลั่นเกือบ 3.2 หมื่นล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 พ.ย.69) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เป็นผู้แทนกระทรวงพลังงานรับหนังสือข้อเรียกร้องจาก นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และตัวแทนผู้ประกอบการภาคขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อผลักดันมาตรการลดราคาน้ำมันและปรับโครงสร้างราคาพลังงาน หลังผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานตระหนักถึงภาระต้นทุนที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องเผชิญจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยกระทรวงฯ เตรียมนำข้อเสนอของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เสนอต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถประสานให้ตัวแทนผู้ประกอบการภาคขนส่งเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันและลดภาระต้นทุนการขนส่งในระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้กักตุนน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นางสาวฐิติภัสร์ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า ได้ส่งฟ้องผู้ต้องสงสัยจำนวน 24 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แล้ว โดยเตรียมเชิญผู้แทน DSI หารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานในสัปดาห์หน้า พร้อมยืนยันว่าจะติดตามการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องจนถึงที่สุด

ด้านนายพงศ์พล กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการภาคขนส่งที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างราคาน้ำมันไปแล้วหลายด้าน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

หนึ่งในมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปรับลดต้นทุนที่ไม่สะท้อนค่าใช้จ่ายจริง หรือที่กระทรวงเรียกว่า “ต้นทุนทิพย์” ซึ่งอยู่ในโครงสร้างราคาน้ำมันมานานกว่า 22 ปี โดยระบุว่าสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ประมาณ 10,800 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้นำผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นน้ำมันมาปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นแล้วเกือบ 32,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าติดตามผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมันให้ประชาชน

ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานให้แก่ผู้ใช้รถและภาคธุรกิจ

สำหรับข้อเสนอให้ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นายพงศ์พล ระบุว่า กระทรวงพลังงานจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อภาระผูกพันด้านการคลังในอนาคต อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ยืนยันว่าจะพยายามบริหารโครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด

นายพงศ์พล กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอทั้ง 10 ข้อของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย มีบางประเด็นที่กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการแล้ว ทั้งการปรับลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมัน และการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน โดยกระทรวงฯ จะรับฟังข้อเสนอที่เหลือและนำไปพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสในโครงสร้างราคาน้ำมัน ควบคู่กับการติดตามต้นทุนและผลประโยชน์ส่วนเกินในระบบ เพื่อให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนอย่างเป็นธรรม และช่วยลดผลกระทบต่อภาคขนส่ง ภาคธุรกิจ และประชาชนในระยะยาว

Back to top button