
จับตา! “เดโมแครต” สกัดอำนาจทรัมป์ “ดร.พิพัฒน์” ชี้เพดานหนี้-คุม AI กระทบลงทุน
“ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP ชี้หากพรรคเดโมแครตครองสภาจะทำให้อำนาจของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ถูกจำกัดลง เตือนนักลงทุนจับตาประเด็นสำคัญ ทั้งความเสี่ยงด้านนโยบายการคลัง ปัญหาเพดานหนี้ และการจัดระเบียบอุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสั่นคลอนตลาดทุนโลก
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรและมีโอกาสครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา (Blue Wave) จะทำให้อำนาจการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกจำกัดลงในช่วง 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับรู้ปัจจัยนี้ไปแล้วบางส่วน ทำให้ผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นจุดเปลี่ยนรุนแรงของเศรษฐกิจโลก แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาและมีผลต่อตลาดทุนโลกมากที่สุดในระยะต่อไปคือ ทิศทางการลงทุนอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครตจะผลักดันกฎระเบียบกำกับดูแลเทคโนโลยีและการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อผู้บริโภคและต้นทุนพลังงาน ซึ่งต่างจากรัฐบาลทรัมป์ที่เน้นลดกฎระเบียบ
“ประเทศไทยกำลังพยายามเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน AI อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม หากเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือมีข้อจำกัดการลงทุน AI ในสหรัฐฯ ซึ่งจะสะเทือนถึงแผนลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” ดร.พิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะเผชิญข้อจำกัดในการพิจารณางบประมาณและปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในสภา นำไปสู่การปิดหน่วยงานรัฐชั่วคราว (Government Shutdown) และการผิดนัดชำระหนี้ทางเทคนิค (Debt Default) แต่คาดว่าท้ายที่สุดจะเจรจากันได้ก่อนเกิดผลกระทบรุนแรง
สำหรับมาตรการกีดกันทางการค้า ทรัมป์ยังมีเครื่องมือตามมาตรา 301 เพื่อกดดันคู่ค้า และพยายามผลักดันข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) รวมถึงไทย แต่ข้อจำกัดจากสภาคองเกรสอาจทำให้อำนาจต่อรองลดลง ส่วนความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่จะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ
ส่วนทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ขึ้นอยู่กับแนวโน้มการลงทุน AI และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก หากการลงทุน AI ชะลอตัวหรือเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าคาด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรก็มีโอกาสปรับลดลงได้
ทั้งนี้ สถิติในอดีตชี้ว่าช่วง 12 เดือนหลังการเลือกตั้งกลางเทอม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมาจากต่างพรรคการเมืองกัน เนื่องจากช่วยลดโอกาสการเปลี่ยนแปลงนโยบายขนาดใหญ่ที่สร้างความไม่แน่นอนต่อตลาด

