STARK ขายบิ๊กล็อต 952 ล้านหุ้น ดึงกองทุนถือ-เพิ่มฟรีโฟลตตามเกณฑ์ หวังอัพชั้นเข้า SET50


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (17 มี.ค.2564) มีรายการซื้อขายหุ้นบนกระดานรายใหญ่ (Big lot) หุ้น บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ STARK จำนวน 11 รายการ ทั้งหมด 393,900,000 หุ้น มูลค่าซื้อขาย 1,559.84 ล้านบาท และรายการ STARK-F จำนวน 7 รายการ ทั้งหมด 558,100,000 หุ้น มูลค่าซื้อขาย 2,210.08 ล้านบาท รวมทั้งหมด 952,000,000 หุ้น ซื้อขายที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 3.96 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาบนกระดานซื้อขายที่ระดับ 4.14 บาท

ทั้งนี้ นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ STARK เปิดเผยว่า นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้ทำรายการขายหุ้นบนกระดานรายใหญ่ (Big lot) จำนวน 952,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 8% โดยภายหลังการขายหุ้นดังกล่าว นายวนรัชต์ ยังคงเหลือสัดส่วนการถือหุ้น 70% เมื่อร่วมกับ Stark Investment Corporation Limited โดยทำการขายผ่าน บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต สวิส (ประเทศไทย) จำกัด แบ่งจัดสรรให้กับพันธมิตร ได้แก่ นักลงทุนสถาบันในประเทศ ประมาณ 40% สถาบันต่างประเทศ ประมาณ 50% และนักลงทุนรายใหญ่

“การที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ตัดสินใจขายหุ้น Big lot เนื่องจากที่ผ่านมามีนักลงทุนสถาบันในประเทศไทยและต่างชาติ แสดงความสนใจขอเข้าร่วมลงทุนจำนวนมาก ด้วยมองเห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ STARK เพราะอุตสาหกรรมสายไฟฟ้า และสายเคเบิ้ลมีแนวโน้มการเติบโตระดับสูง จากความต้องการใช้เพิ่มขึ้นทั่วโลก และบริษัทฯมีศักยภาพการทำกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังผลักดันให้ Free Float เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 20% เพิ่มเป็น ประมาณ 30% จะส่งผลให้เป็นหุ้นที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น” นายชนินทร์ กล่าว

ทั้งนี้การทำรายการ Big lot ในครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารงาน  ตลอดจนนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด และมั่นใจว่าพันธมิตรที่ร่วมลงทุนในครั้งนี้จะถือลงทุนในระยะยาว เนื่องจากต้องการเติบโตไปพร้อมกับ STARK

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 64 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 15-20% และมั่นใจว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การมุ่งเน้นกลุ่มสินค้า High margin โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟแรงดันระดับกลางจนถึงระดับสูงพิเศษ (Medium-Extra High Voltage) ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงตามจำนวนโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชนที่มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยปัจจุบันบริษัทยังมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 8,400 ล้านบาท โดยเป็นงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯมีความพร้อมยื่นเข้าประมูลงานโครงการใหม่อีกจำนวนมาก

นอกจากนี้ การเข้าไปลงทุนประเทศเวียดนามในปีที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีแผนจะบุกตลาดสหรัฐ หลังจากที่จีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ถูกกีดกันด้วยกำแพงภาษี จึงเป็นโอกาสที่ดี  ขณะที่ตลาดสหรัฐ มีความต้องการใช้สายไฟฟ้า และเคเบิ้ลคุณภาพสูงจำนวนมาก

โดย บริษัทคาดว่าจะใช้โรงงานในเวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของฐานการผลิต เพื่อส่งออกไปรวมถึงหาโอกาสใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมายสัดส่วนรายได้การส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10-12% จากเดิม 8% โดยคาดว่าจะมีการส่งออกไปยัง 50 ประเทศ เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว  และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับผู้ถือหุ้นต่อไป

ด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ของหุ้น STARK ล่าสุด ณ วันที่ 16 มี.ค. 2564 อยู่ที่ 50,006 ล้านบาท ขณะที่พบว่าหุ้นในกลุ่ม SET50 จำนวน 3 อันดับสุดท้ายได้แก่ VGI ,TOA และTU โดย VGI มี Market Cap ที่ 60,278 ล้านบาท TOA ที่ระดับ 64,928 ล้านบาท และ TU ที่ระดับ 70,145 ล้านบาท

 

 

Back to top button