
รัฐบาลดัน “โรงพยาบาลสีเขียว” ติดโซลาร์รูฟท็อป 25 แห่ง ลดค่าไฟ 55 ล้านต่อปี
รัฐบาลร่วม กฟภ. เดินหน้าโครงการโซลาร์รูฟท็อปในโรงพยาบาล 25 แห่งทั่วประเทศ ลดต้นทุนค่าไฟและการปล่อยคาร์บอน เสริมประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข พร้อมหนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2593 อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 มิ.ย.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ร่วมลงนามสัญญาให้บริการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาล 25 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และสนับสนุนนโยบาย “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital)
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
ทั้งนี้ โครงการนำร่องในโรงพยาบาล 25 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมได้ 7,211 ตันคาร์บอนต่อปี หรือเฉลี่ย 288 ตันคาร์บอนต่อปีต่อแห่ง พร้อมช่วยประหยัดค่าไฟฟ้ารวมกว่า 55 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยแห่งละ 2.2 ล้านบาทต่อปี โดยงบประมาณที่ประหยัดได้จะถูกนำกลับไปใช้ในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และการดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยกระทรวงสาธารณสุขเดินหน้านโยบาย “Net Zero MOPH” เพื่อยกระดับสถานพยาบาลในสังกัดให้เป็นองค์กรด้านสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน และบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับสูง โดยในปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีค่าไฟฟ้ารวมกว่า 5,610 ล้านบาท การติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป จึงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับสถานพยาบาล
ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ความมั่นคงด้านพลังงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ กฟภ. นำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงานเข้ามาบริหารจัดการระบบโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุด
“การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในหน่วยงานภาครัฐต้องไม่เป็นภาระทางการเงิน แต่ต้องสร้างความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ เพิ่มงบประมาณสำหรับการรักษาพยาบาล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” นายพลพีร์กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวเสริมว่า รัฐบาลจะเดินหน้าขยายผลโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการใช้พลังงานสะอาดในภาคสาธารณสุข ลดต้นทุนภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero ตามกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป