จับตา ครม. “ศุภจี” ชงตั้งปลัดพาณิชย์คนใหม่–จ่อเคาะทีมศึกษาการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

จับตาประชุม ครม.วันนี้ “ศุภจี” เสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แทน “วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์” ที่จะเกษียณอายุราชการ พร้อมชงร่างกฎกระทรวงปรับอัตราและยกเว้นค่าธรรมเนียมจดทะเบียนธุรกิจ ขณะที่วาระเศรษฐกิจอีกเรื่อง จ่อเคาะทีมศึกษาการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ปิดท้ายด้วยร่างแถลงการณ์ร่วมในโอกาสผู้นำเมียนมาเยือนไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 ส.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของเดือนสิงหาคม โดยมีวาระด้านเศรษฐกิจและการบริหารราชการที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ การปรับปรุงค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจ และการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์

สำหรับวาระที่ถูกจับตามอง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แทนนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบัน ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569

รายงานข่าวระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงที่ถูกจับตามองมี 2 ราย ได้แก่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยคาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเพียงรายเดียว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง และค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับรูปแบบการให้บริการภาคธุรกิจในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน เรื่องที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. คือ การแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมและรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล

การศึกษาดังกล่าวคาดว่าจะครอบคลุมความพร้อมของประเทศในด้านพลังงาน น้ำ ที่ดิน ระบบโครงข่ายโทรคมนาคม รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อรองรับความต้องการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และบริการคลาวด์ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนลดข้อจำกัดที่อาจกระทบต่อทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และลดผลกระทบต่อภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค

ปิดท้ายด้วยกระทรวงการต่างประเทศ เสนอร่างแถลงการณ์ร่วมในโอกาสผู้นำเมียนมาเยือนไทย โดยเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคงชายแดน และสถานการณ์ในเมียนมา

Back to top button