
วุฒิสภาไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน 135 เสียง “เอกนิติ” ย้ำรับมือวิกฤตพลังงาน
วุฒิสภามีมติ 135 ต่อ 11 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท “เอกนิติ” ย้ำความจำเป็นเร่งด่วน รับมือวิกฤตพลังงาน-ลดผลกระทบค่าครองชีพ พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยันทุกโครงการต้องคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ส.ค.69) ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ด้วยคะแนนเห็นชอบ 135 เสียง ไม่เห็นชอบ 11 เสียง งดออกเสียง 28 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงในช่วงท้ายของการประชุมว่า ขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำหรับทุกความคิดเห็นและข้อสังเกต พร้อมยืนยันว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากวิกฤตในอดีต และเกิดผลกระทบเป็นระลอก
โดยระลอกแรกเป็นผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น 60-70% ระลอกที่สองเป็นปัญหาสินค้าราคาแพงจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% และระลอกที่สามคือการบริโภคภาคเอกชนที่ติดลบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและการดำเนินธุรกิจ
นายเอกนิติ กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ 1. การเยียวยาประชาชนและช่วยลดค่าครองชีพ ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส และ 2. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ขาดดุลเกือบ 600,000 ล้านบาทภายในไตรมาสเดียว ซึ่งสะท้อนถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทย และเป็นเหตุผลที่จำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
“วันนี้บ้านประเทศไทยหลังคารั่ว ฝนตกแต่ละทีต้องหาถังมารองน้ำ แต่ถ้าเราซ่อมหลังคา เปลี่ยนหลังคา ก็ไม่ต้องหาถังมารองน้ำอีก เหมือนการกู้เงินมาเรื่อยๆ แต่ไม่ลงทุนเปลี่ยนหลังคา หรือเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยไม่รู้ว่าสงครามตะวันออกกลางจะจบเมื่อไร ถ้ามรสุมยังเข้ามาอีกหลายระลอก ก็ต้องไปซื้อถังมารอง ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หันมาใช้ของที่มาจากสินค้าเกษตรแทน” นายเอกนิติ กล่าว
สำหรับข้อกังวลเรื่องความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการ นายเอกนิติ ยืนยันว่า การใช้เงินภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ต้องมีความชัดเจน คุ้มค่า และโปร่งใส โดยทุกโครงการจะต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน
นอกจากนี้ ทุกโครงการที่เสนอเข้ามาจะมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ โดยจะไม่ให้นำโครงการเดิมมาตัดแปลงเพื่อเสนอขอใช้งบประมาณ แต่ทุกโครงการต้องตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า รวมถึงช่วยสร้างการจ้างงานและพัฒนาทักษะให้กับคนไทย
“ผมคงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการกลั่นกรองได้ แต่ผมเชื่อว่าในความโปร่งใสของปลัดกระทรวงการคลังและผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงการเปิดเผย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นคือความคุ้มค่า” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ไม่มีใครทราบว่ามรสุมเศรษฐกิจโลกจะเกิดขึ้นอีกเมื่อใด ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อให้สามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดีขึ้นในอนาคต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“อนุทิน” ย้ำกู้ 4 แสนล้านทางเลือกสุดท้าย ชี้เงินปกติไม่พอรับวิกฤตพลังงาน
สภา 285 เสียง ผ่าน พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รัฐลุยก้อน 2 แสนลบ. เปลี่ยนผ่านพลังงาน

