
วิกฤต “โกโก้” โลก เขย่าช็อกโกแลตญี่ปุ่นบางแบรนด์พุ่ง 20% รับวาเลนไทน์ 2569
แม้ราคาเมล็ดโกโก้โลกที่เคยพุ่งสูงถึง 4 เท่าในปี 2567 จะผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่ยังทรงตัวในระดับสูง กดดันราคาช็อกโกแลตในญี่ปุ่นช่วงวาเลนไทน์ 2569 และเร่งให้อุตสาหกรรมขนมหวานพัฒนาวัตถุดิบทางเลือก เพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานแนวโน้มตลาดช็อกโกแลตในประเทศญี่ปุ่น ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ปี 2569 ว่า ผลกระทบจากวิกฤตราคาเมล็ดโกโก้ที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปี 2567 จากสภาพอากาศเลวร้ายที่กระทบผลผลิตในแอฟริกาตะวันตก ยังคงส่งผลต่อราคาสินค้าในปัจจุบัน
ในช่วงวิกฤต ราคาซื้อขายเมล็ดโกโก้เคยพุ่งขึ้นสูงถึงราว 4 เท่าของระดับปกติ แม้ราคาจะเริ่มปรับลดลงในปี 2568 แต่ยังคงอยู่ในระดับเกือบสองเท่าของปี 2565 ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น ช็อกโกแลต ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
โดยสินค้าวันวาเลนไทน์ที่วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า Takashimaya มีราคาสูงกว่าปีก่อนประมาณ 10% สะท้อนแรงกดดันต้นทุนที่ยังไม่คลี่คลาย
ทั้งนี้ Takashimaya ได้ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารทดแทนโกโก้ โดยส่วนผสมใหม่ที่เรียกว่า “Anoza M” ซึ่งพัฒนาโดย Fuji Oil ผลิตจากผงถั่วลันเตาและผงคารอบบดละเอียด ผสมกับนมผงและน้ำตาล ให้รสชาติใกล้เคียงช็อกโกแลตนม
ด้าน Maison Chaudun ผู้ผลิตช็อกโกแลตระดับไฮเอนด์จากฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ราคาช็อกโกแลตที่ทำจากโกโก้แท้ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสินค้าช็อกโกแลตสดซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของแบรนด์ ปรับขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบทางเลือกมีราคาต่ำกว่าสินค้าปกติ
รายงานจาก Fuji Keizai Group ระบุว่า ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกในญี่ปุ่นยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มส่วนผสมทดแทน เช่น โกโก้ กาแฟ และน้ำมันปาล์ม คาดว่ามูลค่าตลาดจะขยายตัวเกือบ 10 เท่า จากราว 300 ล้านเยนในปี 2567 เป็นประมาณ 2.9 พันล้านเยน ภายในปี 2573
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ราคาเมล็ดโกโก้ในตลาดโลกจะเริ่มชะลอลงจากจุดสูงสุด แต่ระดับราคาที่ยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตอย่างมีนัยสำคัญ กำลังเร่งให้ผู้ผลิตในญี่ปุ่นพัฒนาส่วนผสมทางเลือกและปรับกลยุทธ์ด้านราคา เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสำคัญ