“ดาวโจนส์” ปิดลบ 81 จุด ฟาก Nasdaq เด้ง 220 จุด แรงซื้อกลับหุ้นเทคหลังลงลึก

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลบ 80.77 จุด ขณะที่ Nasdaq พุ่ง 220.23 จุด รับแรงซื้อกลับหุ้นชิปและเทคโนโลยี หลังถูกเทขายหนักเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน โดย Intel และ Marvell นำการฟื้นตัวของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (8 มิ.ย.69) โดยดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ร่วงลงอย่างหนักเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นบางกลุ่มและการอ่อนตัวของหุ้น Apple

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,786.01 จุด ลดลง 80.77 จุด หรือ -0.16% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,405.73 จุด เพิ่มขึ้น 21.99 จุด หรือ +0.30% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,929.66 จุด เพิ่มขึ้น 220.23 จุด หรือ +0.86%

แรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาด โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.5% ขณะที่ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) พุ่ง 5.6% ฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ (5 มิ.ย.69) ซึ่งเคยกดดันมูลค่าตลาดของหุ้นชิปสหรัฐฯ อย่างหนัก

หุ้น Intel พุ่งขึ้น 11.19% หลังมีรายงานว่า Google สั่งซื้อหน่วยประมวลผล Tensor Processing Unit (TPU) จำนวนมากสำหรับการขยายศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ Marvell Technology ทะยาน 9.63% จากข่าวเตรียมถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500 ส่วน Broadcom ฟื้นตัว 2.87% หลังเผชิญแรงขายหนักในช่วงก่อนหน้า

การฟื้นตัวของหุ้นชิปสะท้อนว่านักลงทุนจำนวนมากยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ AI และมองว่าการปรับฐานรุนแรงเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นโอกาสเข้าซื้อ หลังหุ้นในกลุ่มดังกล่าวเผชิญแรงขายจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)

อย่างไรก็ตาม หุ้น Apple ปรับตัวลดลง 1.88% แม้บริษัทจะเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่สำหรับ Siri ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนมองว่า พัฒนาการด้าน AI ของบริษัทอาจยังตามหลังคู่แข่งรายอื่น หรือเกิดแรงขายทำกำไรหลังการประกาศผลิตภัณฑ์ใหม่

ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนคลายความกังวลลงบางส่วน หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่มีพัฒนาการเชิงลบเพิ่มเติมจากช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งเคยเป็นปัจจัยกดดันตลาดและหนุนราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น เอื้อต่อการกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

Back to top button