
“เฟด” ตรึงดอกเบี้ย 3.50–3.75% ตามคาด! “วอร์ช” ย้ำไม่หวั่นไหวคุมเงินเฟ้อ
เฟดคงดอกเบี้ยตามคาดด้วยมติ 9 ต่อ 3 ขณะที่ “เควิน วอร์ช” ย้ำเดินหน้าคุมเงินเฟ้อ พร้อมใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ หากแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ก.ค.69) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ในการประชุมวันที่ 28–29 กรกฎาคม 2569 ตามที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อสนับสนุนพันธกิจด้านการรักษาเสถียรภาพราคาและการจ้างงานเต็มศักยภาพ
อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการ โดยมีกรรมการ 9 คนสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่กรรมการ 3 คน ได้แก่ เบธ เอ็ม. แฮมแม็ก, นีล แคชแครี และลอรี เค. โลแกน ลงคะแนนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แม้เผชิญความไม่แน่นอนในระดับสูง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การเติบโตของผลิตภาพและการลงทุนภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
ด้านตลาดแรงงาน การจ้างงานเพิ่มขึ้นในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน และอัตราว่างงานแทบไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวที่ 2% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะช็อกด้านอุปทาน ซึ่งผลักดันราคาสินค้าในบางภาคส่วน รวมถึงพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ เงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ กลับมาเร่งตัวขึ้นจนถึงเดือนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานและอาหารทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการใช้จ่ายของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการลงทุนเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์
เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวภายหลังการประชุมว่า เฟดจะไม่หวั่นไหวต่อภารกิจในการนำเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย พร้อมระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายการเงินที่เผชิญตลาดแรงงานซึ่งยังมีเสถียรภาพและเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มสูงขึ้น ย่อมมีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม วอร์ชยังไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นมาตรการลำดับถัดไป โดยระบุว่า หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงประมาณการ อัตราดอกเบี้ยอาจเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางแก้ไข แต่ไม่ใช่เครื่องมือเพียงอย่างเดียว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด ส่งสัญญาณเข้มงวด หลังเงินเฟ้อพุ่งเกินเป้า

