บีโอไอ ไฟเขียว “WD” ลงทุนวิจัย–พัฒนา HDD 2.3 พันล้านบาท ขยายเทคโนโลยี HAMR

บีโอไอ อนุมัติให้ “เวสเทิร์น ดิจิตอล” ลงทุน 2,300 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยี HAMR ยกระดับฮาร์ดดิสก์เพิ่มความจุ 100TB ภายในปี 2572 รองรับการขยายตัวของ Data Center และ AI


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.พ.69) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) มูลค่าเงินลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท

โดยตั้งเป้าจะเพิ่มความจุในการจัดเก็บข้อมูลใน HDD 1 หน่วย จากปัจจุบัน 32 TB ให้ได้สูงถึง 100 TB ภายในปี 2572 พร้อมเพิ่มความเสถียรและความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูล เพื่อรองรับมาตรฐานขั้นสูงและความต้องการของอุตสาหกรรม Data Center และ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญครั้งนี้เป็นความร่วมมือ 3 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และไทย โดยประเทศไทยจะเน้นการวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนและกระบวนการบันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเทคโนโลยี HAMR ทั้งนี้ บริษัทคาดว่า โครงการนี้จะนำไปสู่การขยายการลงทุน HAMR HDD เพิ่มเติมในไทยครั้งใหญ่อีกหลายหมื่นล้านบาท

เวสเทิร์น ดิจิตอล เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Hard Disk Drive (HDD) รายใหญ่ที่สุดของโลก สัญชาติอเมริกัน ที่ผ่านมามีการขยายธุรกิจโดยเข้าซื้อกิจการ HDD และหน่วยความจำจากหลายบริษัทชั้นนำ เช่น Fujitsu, Hitachi, SanDisk โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักที่สำคัญที่สุดของบริษัท และมีการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทยมายาวนานตั้งแต่ปี 2540 ตั้งโรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปราจีนบุรี มีการจ้างงานบุคลากรไทยมากกว่า 20,000 คน มีมูลค่าเงินลงทุนสะสมในไทยกว่า 1.2 แสนล้านบาท และมูลค่าการส่งออกกว่า 2.3 แสนล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ HDD กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีหลักในยุคดิจิทัล เนื่องจาก Data Center เลือกใช้ HDD เป็นอุปกรณ์หลักในการจัดเก็บข้อมูล เพราะสามารถบันทึกข้อมูลได้ปริมาณมาก มีความเสถียร และต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบโซลิดสเตท (SSD) กว่า 5-7 เท่า

ขณะที่ SSD จะนิยมใช้กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กมากกว่า ส่งผลให้ความต้องการ HDD สำหรับ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันเกิดภาวะตึงตัวของอุปทานในตลาดโลก สะท้อนว่า HDD ไม่ใช่เทคโนโลยีที่อยู่ในช่วงขาลง แต่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในยุคที่ AI และ Cloud Computing ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

เทคโนโลยี HAMR จะช่วยเพิ่มความจุของ HDD โดยอาศัยการให้ความร้อนด้วยลำแสงเลเซอร์เฉพาะจุด เพื่อทำให้การบันทึกข้อมูลมีความละเอียดและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเทคโนโลยี HAMR จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา HDD ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน HAMR ยังมีข้อจำกัดด้านการควบคุมอุณหภูมิ ความซับซ้อนของกระบวนการผลิต และต้นทุนในการผลิต จึงจำเป็นต้องวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สามารถยกระดับสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายนฤตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล ครั้งนี้ จะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในไทย ผ่านการพัฒนาซัพพลายเออร์และการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่าร้อยละ 60 อีกทั้งบริษัทจะมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยของไทย เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ทำงานวิจัยร่วมกับบริษัทชั้นนำของโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม HDD ในประเทศไทย และเสริมบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก HDD ระดับโลก

Back to top button