SME ไทยเริ่มฟื้น! ดัชนีเชื่อมั่นแตะ 51.9 หลังท่องเที่ยว–รัฐอัดมาตรการกระตุ้น

SME D Bank เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มเป็น 51.9 จาก 50.2 ในไตรมาส 1 สะท้อนมุมมองเชิงบวกของภาคธุรกิจต่อภาวะเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว จากแรงหนุนภาคท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประจำไตรมาส 2/2569 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมอยู่ที่ระดับ 51.9 เพิ่มขึ้นจาก 50.2 ในไตรมาส 1/2569 สะท้อนภาพรวมความเชื่อมั่นที่ปรับดีขึ้นเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจและกิจกรรมทางธุรกิจ

ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำโดยศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับสำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด โดยเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศจำนวน 400 ตัวอย่าง ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม

ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นในไตรมาสนี้ มาจากภาคการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วง High Season รวมถึงมาตรการลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ขณะเดียวกันยังมีแรงส่งจากการลงทุนและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อและผลประกอบการของผู้ประกอบการบางส่วนปรับตัวดีขึ้น แม้ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่ากลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และวิสาหกิจขนาดย่อม (Small) มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.3 และ 51.8 ตามลำดับ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐที่มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กเป็นสำคัญ

สำหรับแนวโน้มในระยะ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 3/2569 ผู้ประกอบการมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะเพิ่มขึ้นเป็น 61.0 โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน 55.5% รองลงมาคือการลงทุนที่มีแนวโน้มขยายตัว 21.5% จากโครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 10.5%

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังสะท้อนว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังคงมีพฤติกรรมระมัดระวังทางการเงิน โดยความต้องการสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นการกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องเป็นหลัก ขณะที่การกู้เพื่อการลงทุนใหม่ยังอยู่ในระดับจำกัด ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

Back to top button