“พาณิชย์” เปิดตัวเลขค่าขนส่งทางถนน Q2 พุ่ง 11.1% รับน้ำมัน-ค่าแรงดันต้นทุน

สนค. เผยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกหมวด จากราคาน้ำมันดีเซลและต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น คาดไตรมาส 3 ยังทรงตัวระดับสูง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก ขณะที่แนวโน้มในไตรมาสถัดไปคาดว่าดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนจะยังทรงตัวในระดับสูง

สำหรับดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ซึ่งแบ่งตามโครงสร้างกิจกรรมการผลิต ในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

โดยปรับตัวสูงขึ้นทุกหมวด โดยหมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง เพิ่มขึ้น 15.5% จากการเพิ่มขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง เพิ่มขึ้น 4.3% จากการเพิ่มขึ้นของค่าบริการขนส่งหิน ทราย ดิน และลิกไนต์

ส่วนหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 10.7% จากการเพิ่มขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักรและเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม รวมถึงยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์

ด้านดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ซึ่งแบ่งตามประเภทรถ ในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยค่าบริการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นในรถทุกประเภท ประกอบด้วย รถกระบะบรรทุก เพิ่มขึ้น 12.0% รถพ่วง เพิ่มขึ้น 11.3% รถตู้บรรทุก เพิ่มขึ้น 12.5% รถบรรทุกเฉพาะกิจ เพิ่มขึ้น 6.1% รถบรรทุกของเหลว เพิ่มขึ้น 9.1% รถบรรทุกวัสดุอันตราย เพิ่มขึ้น 13.2% และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว เพิ่มขึ้น 4.8%

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ นอกจากราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกแล้ว ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการขนส่งสินค้าเกษตรตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการภาคโลจิสติกส์ยังเผชิญต้นทุนดำเนินงานอื่นที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าบำรุงรักษาพาหนะ ค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกที่มีทักษะ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น ปัจจัยดังกล่าวสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าบริการขนส่งให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่คาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับความต้องการขนส่งสินค้าที่ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตรตามฤดูกาลซึ่งจะทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ช่วงฤดูฝนอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคการขนส่ง ส่งผลให้ระยะเวลาในการขนส่งต่อเที่ยวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ผู้ประกอบการขนส่งบางส่วนอาจเลือกแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้า

นอกจากนี้ ความผันผวนของสถานการณ์พลังงานในตลาดโลกยังเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนของราคาพลังงาน การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) แรงกดดันในการเปลี่ยนผ่านสู่โลจิสติกส์สีเขียว รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง

ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยกระดับประสิทธิภาพและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับโครงสร้างภาคการขนส่งที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคโลจิสติกส์ของไทยต่อไป

Back to top button