GGC คว้าเรตติ้ง CSA ปี 3 ผงาดอันดับ 2 โลก “กลุ่มเคมีภัณฑ์” ชูเป้า Net Zero ปี 93

GGC โชว์ศักยภาพคว้าคะแนนประเมินความยั่งยืน S&P Global (CSA) ปีที่ 3 พุ่งแตะ 86 แต้ม ผงาดอันดับ 2 โลกในกลุ่มเคมีภัณฑ์ ทะยานติดโผ Sustainability Yearbook ตอกย้ำวิสัยทัศน์มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 93


นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนจาก S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยในปีนี้บริษัทฯ สามารถทำผลคะแนนเพิ่มขึ้นจาก 79 คะแนน เป็น 86 คะแนน ซึ่งส่งผลให้ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของกลุ่ม จากการคัดเลือกบริษัทชั้นนำกว่า 497 แห่งทั่วโลก

สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงการยกระดับองค์กรก้าวสู่ความยั่งยืนในระดับสากล ภายใต้ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุล และการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุน รวมถึงการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างครบถ้วนในทุกมิติ ตามหลักการ ESG อันประกอบด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ, ด้านสังคม (Social) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน สิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน และความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรฐานและกฎหมายทั้งในระดับประเทศและระดับสากล และ ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic) ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนความมั่นคงทางไซเบอร์

นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า “การก้าวเข้าสู่กลุ่มผู้นำที่มีคะแนนสูงสุดในระดับ 15% แรกของอุตสาหกรรม ส่งผลให้ GGC ได้รับการจัดรายชื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่ม Sustainability Yearbook ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงที่สำคัญของนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยถือเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “TO BE A LEADING GREEN CHEMICAL COMPANY BY CREATING SUSTAINABLE VALUE” หรือ “เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 (2050) อันจะเป็นการผลักดันองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”

Back to top button