
SET ปิดเช้าลบ 4 จุด กังวลผลเลือกตั้งล่าช้า-เสี่ยงโมฆะปมบาร์โค้ด
SET ปิดเช้าลบ 4 จุด ย่อตัวหลังพุ่งแรง รับแรงขายทำกำไร-กังวลการเมืองไม่นิ่ง ผลเลือกตั้งล่าช้ากว่าอดีต แถมเสี่ยงโมฆะปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กดดันฟันด์โฟลว์สะดุด แนะระวังการลงทุน ให้กรอบ 1,440-1,460 จุด
10 หุ้นกดดัชนีเช้านี้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดเช้าวันนี้ที่ 1,437.50 จุด ลดลง 4.03 จุด (-0.28%) มูลค่าซื้อขายราว 36,198 ล้านบาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) เริ่มย่อตัวลงและมีแรงขายทำกำไรออกมา ภายหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นไปแล้วกว่า 87 จุด หรือคิดเป็น +6.4% นับตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการตอบรับความคาดหวังต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเร็วเกินไป ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน
ทั้งนี้ ความกังวลหลักมาจากผลการเลือกตั้งรอบนี้ที่ยังไม่สามารถประกาศผลได้ 100% แม้จะผ่านไปแล้วถึง 5 วัน ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งในอดีตเมื่อปี 2562 และปี 2566 ที่ใช้เวลาเพียง 4 วัน และ 1 วันตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ จากกรณีการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถสืบค้นย้อนกลับไปได้ว่าผู้ใช้สิทธิลงคะแนนให้พรรคใด ซึ่งถือเป็นการขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง โดยนายกิจพณคาดว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนดังกล่าวจะยังคงกดดันตลาดและสร้างความผันผวนต่อเนื่อง จนกว่าจะมีความชัดเจนหรือมีการแก้ไข จึงทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมาเพื่อลดความเสี่ยง
ขณะเดียวกัน ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยในช่วงก่อนหน้านี้ เกิดจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้ามา ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ โดยหากเทียบเคียงดัชนี SET กับหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT และ PTTEP จะพบว่ามีทิศทางเดียวกัน ซึ่งในวันนี้หุ้นกลุ่มดังกล่าวเริ่มชนแนวต้าน ส่งผลให้เมื่อดัชนีเข้าใกล้ระดับ 1,450 จุด จึงมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่าย นายกิจพณ ประเมินว่า ดัชนีน่าจะแกว่งตัวอยู่ในแดนลบไม่เกิน 5 จุด แม้จะมีแรงขายทำกำไรกดดัน แต่บรรยากาศการเก็งกำไรในหุ้นรายตัว (Selective Buy) ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาอยู่ในโซนต่ำและมีผลประกอบการออกมาดี อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนเข้าสู่โหมดระมัดระวัง (Caution Mode) จากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยให้กรอบแนวรับที่ 1,440 จุด และแนวต้านที่ 1,460 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,507.36 ล้านบาท ปิดที่ 196.50 บาท ลดลง 2.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,171.97 ล้านบาท ปิดที่ 35.75 บาท ลดลง 0.25 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,835.65 ล้านบาท ปิดที่ 164.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,794.39 ล้านบาท ปิดที่ 21.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,771.08 ล้านบาท ปิดที่ 58.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

