KTC วิ่งต่อ 1% ลุ้นกำไรปีนี้ “นิวไฮ” รับพอร์ตสินเชื่อ-ยอดใช้บัตรเครดิตขยายตัว

KTC บวกต่อ 1% มั่นใจกำไรปี 69 ทำสถิติสูงสุดใหม่ พอร์ตสินเชื่อและยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตขยายตัว ส่วน NPL ล่าสุด 1.93% ตั้งเป้าคุมต่ำกว่า 2% ย้ำต้องศึกษารอบคอบหากดัน DPR ไปถึง 80% ส่วนปันผลระหว่างกาลมีความเป็นไปได้แต่ยังไม่ใช่ปีนี้ เดินหน้าขยายธุรกิจดิจิทัลประกันภัยเต็มสูบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ณ เวลา 10:59 น. อยู่ที่ระดับ 29.25 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.86% สูงสุดที่ระดับ 29.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 29.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 321.91 ล้านบาท

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KTC เปิดเผยว่า ยังคงเป้าหมายผลกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตสูงกว่าปี 2568 ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ หรือ “นิวไฮ” ไว้ที่ 7,782 ล้านบาท หลังจากไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,171 ล้านบาท

“ไตรมาสแรก บริษัทฯ ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน โดยเฉพาะพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลที่เติบโตได้ดีกว่าเป้าหมาย สะท้อนความต้องการสินเชื่อของผู้บริโภคที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง” นางพิทยา กล่าว

ด้านการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งปี บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 1-2% ขณะที่ไตรมาส 1/2569 ขยายตัวแล้ว 0.7% ส่วนคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ 1.93% และคาดว่าจะควบคุมทั้งปีให้อยู่ต่ำกว่า 2% แม้เพิ่มขึ้นจาก 1.79% ณ สิ้นปี 2568

ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 3.7% ในไตรมาสแรก สูงกว่าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเพียง 0.7% โดยทั้งปีตั้งเป้าเติบโต 5% ส่วนพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัว 3.3% สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ 2% และสูงกว่าปลายปี 2568 เล็กน้อย สะท้อนแรงหนุนจากความต้องการสินเชื่อที่ยังมีต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

ในด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น KTC มีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ถือหุ้นใหญ่สุดที่ 49.29% โดยยังคงบทบาท Strategic Partner สำคัญ ทั้งด้านแหล่งเงินทุน การขยายฐานลูกค้า การตลาด และระบบชำระเงิน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem ทางการเงินร่วมกัน

นโยบายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น บริษัทเดินหน้าจ่ายเงินปันผลในอัตรา 55% ของกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และยืนยันว่าเป็นระดับที่เหมาะสมและสามารถดำเนินได้อย่างยั่งยืน ขณะที่แนวคิดการเพิ่มอัตราการจ่ายปันผล หรือ Dividend Payout Ratio ไปถึง 80% ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และผ่านกระบวนการอนุมัติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น รวมถึงยังไม่มีนโยบายจ่ายปันผลระหว่างกาลในปัจจุบัน แม้ว่าในอนาคตอาจมีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่ใช่แผนดำเนินงานในช่วงเวลานี้

นางพิทยา กล่าวอีกว่า บริษัทยังคงมุ่งสร้างกำไรสูงสุดใหม่ต่อเนื่องทุกปี เพื่อสนับสนุนความสามารถในการจ่ายปันผลอย่างมั่นคงในระยะยาว

สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2568 เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้ยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก และอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยดิจิทัล คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในครึ่งหลังของปี โดยบริษัทเร่งขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์ ดิจิทัล และ Telemarketing พร้อมพัฒนาทักษะ Call Center ให้รองรับผลิตภัณฑ์ประกันได้มากขึ้น

ด้านการลงทุนระบบ บริษัทอยู่ระหว่างอัพเกรด Core Payment System โดยเลื่อนการเปิดใช้งานไปเป็นต้นไตรมาส 3/2569 เพื่อให้การย้ายระบบมีความราบรื่น โดยระบบใหม่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รองรับ Cloud เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล ลดต้นทุน และนำ AI เข้ามาเสริมการทำงานขององค์กร

ภาพรวมการใช้จ่ายยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยหมวดออนไลน์ และ Marketplace โตโดดเด่นทั้งจำนวนรายการ และมูลค่า ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป เช่น ค่าใช้จ่ายต่อบิลในหมวดร้านอาหารลดลง ขณะที่หมวดประกันเติบโตระดับเลขสองหลัก และการท่องเที่ยวเน้นเดินทางระยะใกล้มากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกใหม่ 200,000–250,000 ราย ผ่าน e-Application บนแอป KTC Mobile เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดต้นทุน และเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z พร้อมคงเป้ายอดใช้จ่ายบัตรเครดิตทั้งปีเติบโตตามแผน 5% และมีเป้าภายในฝ่ายการตลาดสูงถึง 10%

สำหรับประเด็นการขายหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” บริษัทฯ ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงิน เนื่องจากได้ตั้งสำรองรองรับไว้แล้วตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีก่อนแล้ว

Back to top button