แมงเม่ารู้งาน

เกมทางการเมืองอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนวงนอก เพราะเจ้าของพรรคตัวจริงพร้อมจะพลิกลิ้นเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกอยู่ในสภาพขมุกขมัว


เกมทางการเมืองอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนวงนอก เพราะเจ้าของพรรคตัวจริงพร้อมจะพลิกลิ้นเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจตกอยู่ในสภาพขมุกขมัวแบบไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้ “กองทุน” และ “ต่างชาติ” กระหน่ำขายหุ้นในวันที่หลายอย่างผิดแผน ขณะเดียวกันจะเห็นว่า แมงเม่ามักเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกที่เข้ามาช้อนหุ้นเมื่อย่อตัวลงมาเป็นประจำนะคะ

เหล่านี้เป็นภาพบรรยากาศที่เห็นถี่ขึ้นในเวลานี้ และพอจะเดาเกมต่อจากนี้ได้ว่า ดัชนีจะแกว่งตัวออกด้านข้างสักระยะ ก่อนจะเริ่มวิ่งขึ้นรับข่าวจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ดัชนีฝ่าแรงขายขึ้นไปยืนเหนือแนวต้าน 1,550 จุดอีกครั้ง ถัดจากนั้นก็จะเห็นรัฐบาลใหม่อัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความคึกคัก และจะทำให้ดัชนีวิ่งขึ้นไปทดสอบ 1,600 จุดนะนายจ๋า!

งานนี้จะเป็นจริงเหมือนที่เกริ่นนำขนาดไหน? ก็ต้องดูกันต่อไปเรื่อย ๆ เพราะสัปดาห์นี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนเลยสักอย่าง ดัชนีจึงมีโอกาสแกว่งตัวลงค่อนข้างสูง แต่ในระหว่างทางอาจเห็นการดีดกลับเป็นครั้งคราว ซึ่งเหมือนกับเหตุการณ์วันพฤหัสฯ ที่ดัชนีมีอาการทรุด 21 จุด พอเปิดเทรดวันศุกร์ก็มีอาการเด้งเบา ๆ ในระหว่างวันไป 8 จุด ก่อนจะยืนปิดไปที่ระดับ 1,530.46 จุด บวกไป 1.45 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.45 หมื่นล้านบาทพะย่ะค่ะ

*เหมือนกับในรายของหุ้น BANPU ก็มีลักษณะ “ขึ้นแรง” ต่อจากนั้นก็ “โดนขาย” ก็เป็นไซเคิลที่เห็นกันมาระยะหนึ่ง เดี๊ยนถึงมองการวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 9.35 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 1.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.04 พันล้านบาท เป็นจังหวะตามน้ำเหมือนเที่ยวก่อน และมีจุดวัดใจจะผ่านไปได้ไหมอยู่ที่ 9.80 บาทแบบนี้ บรรดาแมงเม่าเขารู้ดีว่า ยังมีแก๊ปให้เล่นอีกนิดหน่อย หลังราคาถ่านหินโลกเริ่มผงกหัวน่ะซี

ส่วนตัวตึงในกลุ่ม ปตท. ที่ทำผลงานโดดเด่นมาตลอด ต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับพี่เทพ PTTEP หลังราคาพลังงานเริ่มขยับขึ้นอีกครั้ง ผสานกับราคาหุ้นยังต่ำกว่าระดับเหมาะสมค่อนข้างเยอะ ส่งผลให้การขึ้นมาปิดที่ระดับ 162 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 1.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.72 พันล้านบาท เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามหลักการ และจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องขึ้นไปอีก..หากราคาหุ้นขึ้นไปแถว 189 บาท ซึ่งเป็นระดับที่เท่ากับ 1.50 เท่าบุ๊กนะจ๊ะ

คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น III ภายใต้การกุมบังเหียนของคุณน้อง “ทิพย์” ก็เป็นหุ้นอีกตัวที่น่าสนใจในมุมของการเล่นตามน้ำ แถมเมื่อดูจากสตอรี่การต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อทำให้กำไรโต น่าจะถึงเวลาที่หุ้นทะยานอย่างเป็นล่ำเป็นสันเสียที บวกกับสัปดาห์นี้จะมีการแถลงผลงานในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นจังหวะของการไหลไปตามเกม และส่งผลให้การมาปิดที่ 12.30 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 5.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 58 ล้านบาท น่าสนใจสุด ๆ จ้า!

อีกรายที่หลายคนเก็งว่า ผลงานน่าจะออกมาดี “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น BE8 แบบไม่ลังเลใจ เพราะสิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้ ล่วงเลยจนมาถึงทุกวันนี้ บริษัทล้วนมีพัฒนาการดีขึ้นต่อเนื่อง เดี๊ยนถึงพร่ำบอกกับแฟนคลับเป็นประจำว่า หากหุ้นยังย่อตัวลงมาอีก..นั่นคือจังหวะเก็บของใส่พอร์ต ถ้าเริ่มขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสัน..นั่นคือจังหวะตามน้ำอีกเช่นกัน บวกกับฐานเก่าที่เล่นกันประจำอยู่ที่ 50 บาท จึงทำให้การยืนปิดที่ 42.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 60 ล้านบาท เตะตาเหลือเกินเจ้าค่ะ

ส่วนรายที่เริ่มเคาะหยั่งเชิงแมงเม่า และกำลังรอกองหนุนมาช่วยดัน น่าจะมองไปที่หุ้น SMT เพื่อจะได้เห็นการดันหุ้นขึ้นไปถึง 4.82 บาท ไม่ได้มาเล่น ๆ เหมือนเที่ยวก่อนกระมัง! เพราะเมื่อดูจากตัวแปรในส่วนของ PE 11 เท่า และแนวโน้มผลการดำเนินงานที่น่าจะออกมาดี มันทำให้การย่อตัวลงมาปิดที่ 4.62 บาท บวกไป 0.38 บาท หรือขึ้นไป 8.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 50 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่น่าวัดดวงอีกครั้งนะจะบอกให้

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้นร้อนซ่อนเงื่อนอย่าง TH แบบไม่เต็มใจ เพราะการทะยานขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.47 บาท บวกไป 0.17 บาท หรือขึ้นไป 13.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 153 ล้านบาท มันเป็นช็อตของการเคาะกะลาธรรมดา ๆ และดูเหมือนเกมนี้จะมีแมงเม่าเข้ามาร่วมสังฆกรรมเยอะเสียด้วย จึงเป็นเกมที่น่าสนใจสำหรับคนชอบเสี่ยง เพราะกราฟแท่งเทียนฟ้องว่า สองครั้งก่อนก็ดันแรงแบบนี้..ต่อจากนั้นก็ปล่อยให้ย่อตัวเล็กน้อย ก่อนจะดันพรวดเจ้าค่ะ

Back to top button