
เค้าลางไม่ดี?
สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” เริ่มกังวลมากขึ้นไม่ใช่การแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ของดัชนีแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงมาอยู่ในระดับ 3 หมื่นล้านบาทต่อวัน
สิ่งที่ทำให้ “โมนิก้า” เริ่มกังวลมากขึ้นไม่ใช่การแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ของดัชนีแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องมูลค่าการซื้อขายที่ลดลงมาอยู่ในระดับ 3 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า นักลงทุนไม่เชื่อมั่นกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย จึงเลือกใช้วิธีอยู่นิ่ง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุน อันเป็นผลมาจาก “หุ้นที่ขึ้น ไม่มีหุ้นเรา” แต่ในขณะเดียวกัน “หุ้นที่ลง ดันมีหุ้นเรา” ไงล่ะคะ
ประกอบกับในช่วงหลัง ๆ มีดราม่าเกี่ยวกับหุ้นน้องใหม่ IPO จึงทำให้นักลงทุนเกิดอาการหวาดผวากันเป็นแถว ทั้งที่เนื้อในของหุ้นบางตัวยังแน่นปึ้ก แต่มิอาจต้านทานกระแสโซเชียลที่ใส่สีตีไข่แบบเละเทะได้ ผลลัพธ์ที่ออกมาเลยกลายเป็นเรื่องเศร้าปนน้ำตาเป็นส่วนใหญ่ “โมนิก้า” จึงขออนุญาตเม้าท์เรื่องดังกล่าวในวันถัดไป เพราะต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้พูดถึงบรรยากาศโดยรวมของตลาดหุ้นไทยเป็นหลักนะซี
คิดดูแล้วกัน! ขนาดวันก่อนดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นแรงอีกรอบ แต่ตลาดหุ้นไทยกลับเซื่องซึมเสียอย่างนั้น “โมนิก้า” จึงเกิดความไม่สบายใจอย่างแรง ผนวกกับผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทต่าง ๆ ไม่ได้แย่เหมือนที่กังวลก่อนหน้านี้ และในไตรมาส 4 ก็เชื่อกันว่า ผลประกอบการจะดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะรัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจโดยตรง ตลาดหุ้นไทยกควรได้ไปต่อไม่ใช่เหรอคะ
โดยเฉพาะในรายของหุ้นลูกเจี๊ยบ GFPT โชว์กำไรไตรมาส 3 ในระดับ 715 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 541 ล้านบาท ซึ่งทำให้กำไรต่อหุ้นในงวด 9 เดือนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.59 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 1.27 บาท แต่ราคาหุ้นยังยืนที่ระดับ 10.30 บาท ซึ่งเป็นการเทรดบน PE 5.74 เท่าแบบนี้ อีฉันขอถามหน่อยว่า นี่เป็นจังหวะของการซื้อหุ้นถูกไหม?
เช่นเดียวกับในรายของ CKP ก็แกว่งตัวไปมาในกรอบ 2-3 บาทนับตั้งแต่ต้นปี แม้ไตรมาส 3 จะทำกำไรโตดีเหลือเกิน แต่ราคาหุ้นก็ไม่อินกับผลงานที่ทำได้สักเท่าไหร่? มิหน่ำซ้ำราคาหุ้นกลับอ่อนตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ต.ค. จนถึงปัจจุบัน “โมนิก้า” จึงอยากถามบรรดาแฟนคลับรุ่นเดอะว่า การยืนที่ระดับ 2.46 บาท ท่ามกลางค่า PE 8.30 เท่า มีความเสี่ยงในการลงทุนสูงไหมเอ่ย!
เม้าท์ถึงเรื่องหุ้นดีราคาถูกขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอย้อนกลับไปดูหุ้น NER ซึ่งให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่ระดับ 7-8% ต่อปีสักหน่อย! เพราะข้อมูลล่าสุดที่อีฉันเห็นตาตัวเองคือ วันนี้หุ้นเทรดบน PE 4.14 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินสุด ๆ สำหรับหุ้นที่ยังทำผลงานได้เสมอต้นเสมอปลาย และถ้ามองถึงแผนเพิ่มกำลังผลิตที่จะทยอยรับรู้ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 69 อีเลยเชื่อว่า ราคาหุ้นตรงนี้..มีความเสี่ยงต่ำนะจะบอกให้
คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น PRTR ก็อยู่ในข่ายหุ้นที่ทำผลงานดี แถมมีปันผลสวย ๆ แจกให้ทุกปีแบบนี้ “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นทางเลือกที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อเจาะลึกลงไปดูค่า PE 9 เท่า ผนวกกับ Yield ที่ระดับ 7.23% ก็ทำให้อีฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่า นี่เป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับคนที่เน้นลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว และทำให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลกับการเหวี่ยงตัวไปมาของตลาดหุ้นไทยพะยะค่ะ
ก่อนจากกัน “โมนิก้า” ขอทิ้งท้ายด้วยข้อคิดที่ออกมาจาก FA มือทองที่ออกมาพูดถึงพฤติกรรมนักล่าหุ้นจองหวังรวยวันเทรดว่า กลายเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ภาพของหุ้นไอพีโอดูไม่ดี เพราะนักลงทุนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เข้าใจถึงสิ่งที่ผู้บริหารกำลังพยายามวางรากฐาน ส่งผลให้ภาพการขึ้นช้า ๆ เลือนหายไปจากตลาดหุ้นไทยนานมาก.. “สมภพ” กับ “สมศักดิ์” กล่าวไว้..อิอิอิ
โมนิก้าและทีมงาน