
ปรับพอร์ต DELTA
หุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA วานนี้ฟื้นขึ้นมาได้ตามทิศทางของกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกที่รีบาวด์ขึ้นมา หลังจากในรอบ 1 เดือนครึ่ง
หุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA วานนี้ฟื้นขึ้นมาได้ตามทิศทางของกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกที่รีบาวด์ขึ้นมา หลังจากในรอบ 1 เดือนครึ่งราคาหุ้นปรับฐานลงมาจากระดับ 230 บาท ลงมาที่ 160 บาท เปลี่ยนแปลง -30%
ช่วงที่ราคาหุ้นเดลต้าฯ ที่ปรับฐานลงมา มีคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น
คำตอบนั้น น่าจะมาจากหลายปัจจัย
เพราะว่าช่วงที่ราคาหุ้นเดลต้าฯ รูดลงมา เป็นจังหวะที่หุ้นกลุ่มเทคฯ ของโลกต่างปรับลง โดยเฉพาะกลุ่มเทคฯ ของสหรัฐฯ ที่นำโดย NVIDIA เนื่องจากตลาดเริ่มมีมุมมองระมัดระวังต่อ AI Stock จาก valuation ที่แพง
ส่วนปัจจัยลบอื่นมาจากแรงขายจากการถูกถอดจากดัชนี SET ESG
และกองทุนต่างปรับพอร์ตล่วงหน้าก่อน DELTA จะถูกปรับน้ำหนักใน SET50 จากเกณฑ์ Market Cap weight 10% ซึ่งจากการคำนวณของ บล.เมย์แบงก์ฯ พบว่า เดลต้าฯ มี Weight ประมาณ 11%
สุดท้ายคือ เมื่อสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย นั่นทำให้ราคาหุ้นเดลต้าฯ ที่วิ่งมาเกินพื้นฐานค่อนข้างมาก ถูกขายทำกำไรออกมาเพื่อปรับลดความเสี่ยง เพราะราคาหุ้นที่เป็น IAA Consensus จะอยู่ระดับ 173 บาท เท่านั้น โดยโบรกเกอร์ไทยให้ราคาเป้าหมายสูงสุดไว้ 270 บาท และต่ำสุด 92 บาท
กลับมาที่ราคาหุ้นเดลต้าฯ ที่ฟื้นขึ้นมาวานนี้ อาจจะยังไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นได้ลงมายังจุดต่ำสุดแล้ว
เพราะหากหุ้นกลุ่มเทคฯ โลก ย่อลงมาอีก น่าจะกดดันราคาหุ้นเดลต้าฯ ด้วยเช่นกัน
ส่วนประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับปัจจัยกดดันกรณีที่ถูกถอดออกจากดัชนี SETESG นั้น
จากการสอบถามไปยังผู้จัดการกองทุนประเภท Passive Fund และมีหุ้นเดลต้าฯ อยู่ในพอร์ต ได้บอกว่า พวกเขาน่าจะเริ่มปรับพอร์ตด้วยการขายหุ้นเดลต้าฯ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธ.ค.นี้
และอาจจะกินเวลาไปจนถึงต้นเดือนม.ค. 69
รูปแบบการปรับพอร์ตของกองทุน Passive Fund จะค่อย ๆ ทยอยขายออก
นั่นคือ จะไม่สาดออกแบบไม้เดียว
เพราะนั่นจะทำให้เราคาหุ้นได้รับผลกระทบจากการขายออกแบบรวดเร็ว จึงต้องค่อย ๆ “หยอด” หรือขายออกทีละน้อย เพื่อรักษาระดับราคาหุ้นไม่ให้ลงลึก
ในทางเทคนิค เดลต้าฯ มีแนวต้านแรกอยู่ประมาณ 185.00 บาท
หากผ่านขึ้นมาได้ อาจจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 192 บาท
แต่ทั้งหมดนี้ คือ จะต้องขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่สหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้น NVIDIA ว่าจะวิ่งขึ้นทำแรลลี่ไปได้ไกลแค่ไหน
ส่วนแนวรับจะลงมาอยู่บริเวณ 161.00–157.00 บาท
ในด้านของพื้นฐานของหุ้นเดลต้าฯ มีนักวิเคราะห์คาดผลประกอบการไตรมาส 4/68 ไว้ เห็นว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่ม 72.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อนจากยอดขาย และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเพราะมีคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งที่เกี่ยวข้องกับ Data centers
ส่วนกำไรปกติของเดลต้าฯ จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 จากการเติบโตในระดับสองหลักที่สูงกว่าบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่ม แม้ว่าโมเมนตัมยอดขายจะแผ่วลงในปี 2569
ทว่า Product mix ที่ดีของเดลต้าฯ น่าจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น
ส่วนกำไรทั้งปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน ประมาณ 30%
แม้บรรดาโบรกเกอร์จากคาดผลประกอบการของเดลต้าฯ ไว้ค่อนข้างดีในไตรมาส 4 ปีนี้ และแนวโน้มปี 69 แต่กลับปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็น “น้อยกว่าตลาด” จากเดิม “เท่ากับตลาด”
ด้วยเหตุผลว่าราคาหุ้นปัจจุบันตอบรับประเด็นนี้ไปแล้ว