
พาราสาวะถี
ชัดเจนแล้วว่า 10 รายชื่อนักการเมืองพัวพันเว็บพนัน แก๊งสแกมเมอร์ ตามที่สองรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเปิดประเด็นไว้ก่อนหน้า ทั้งหมดเป็นคนของพรรคการเมืองเดียว
ชัดเจนแล้วว่า 10 รายชื่อนักการเมืองพัวพันเว็บพนัน แก๊งสแกมเมอร์ ตามที่สองรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเปิดประเด็นไว้ก่อนหน้า ทั้งหมดเป็นคนของพรรคการเมืองเดียว พรรคดังว่าคือเพื่อไทย จากการแถลงข่าวของ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรียุติธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเปิดรายชื่อของบุคคลที่ถูกออกหมายจับ 1 ราย เป็น สจ.กาฬสินธุ์ ปฐนัญ จันดอน หรือ สจ.เนย์ ซึ่งเจ้าตัวพร้อมภรรยา ได้หนีออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ส่วนอีกรายยังไม่เปิดชื่อ
รายละเอียดความผิดไม่ได้ต่างจากผู้สมัคร สส.2 รายของพรรคประชาชนที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ หนีไม่พ้นพัวพันเว็บพนัน ฟอกเงิน ความน่าสนใจคงอยู่ที่นี่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม เพราะยังเหลืออีก 8 รายชื่อที่กั๊กไว้ ตามข่าวที่เปิดหัวนำร่องมาก่อนว่าเป็นคนของพรรคเดียว และ เลือกที่จะเปิดเอาช่วงนี้ย่อมหนีไม่พ้นการหวังผลทางการเมือง โดยที่เพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ยืนยันแล้วว่า คนที่ออกหมายจับเคยเป็นอดีตสมาชิกพรรคจริง แต่ได้ลาออกไปก่อนหน้าแล้ว
บอกไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่โหมดการหาเสียงเลือกตั้ง ให้จับตาช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนหย่อนบัตรไว้ให้ดี คนที่เข้ามากุมอำนาจแค่ 2 เดือนแล้วยุบสภา ทั้งที่ไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทำไมถึงได้มั่นอกมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง และรัฐมนตรีหลายรายได้ไปป่าวประกาศในกระทรวงที่ตัวเองดูแลว่า จะได้กลับมาคุมแบบยาว ๆ แน่นอนหลังตั้งรัฐบาลใหม่ เหล่านี้มันคือสัญญาณของการวางแผนกันไว้ล่วงหน้า อยู่ที่ว่าจะใช้วิธีไหนเพื่อให้ตัวเองชนะเลือกตั้งเท่านั้น
ระดับกุนซือหมอผีเขมรคงไม่ใช้กระบวนการเหมือนกับพรรคการเมืองสมัยใหม่ทำกันเป็นแน่ วิชาสามานย์ย่อมหนีไม่พ้น เพียงแค่ว่าจะดำเนินการกันในรูปแบบไหน ทำยังไงจะให้ดูเนียนที่คนทั่วไปมองไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้ง และเป็นเรื่องทางการเมืองล้วน ๆ พอเลือกช่วงจังหวะเวลาเช่นนี้มันจึงมองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเชื่อสิ่งที่เห็น ยอมรับกับวิธีการแบบนี้หรือไม่ ซึ่งเชื่อได้เลยว่า ก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ยังจะมีอะไรที่ทำให้คู่แข่งเสียรังวัดออกมาอีก
นั่นอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล กล้าประกาศที่จะหาเสียงแบบออร์แกนิค เล่นบทพระเอกทางการเมือง ไม่ต้องไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ไม่ใช่เพราะกลัวคู่แข่ง แต่เกรงว่าจะพลั้งปากกลอนพาไป ด้วยความเป็นคนปากไวอยู่แล้ว จะกลายเป็นจุดอ่อนที่ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองและพรรคในภายหลัง การใช้กลไกอำนาจรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบ ถือเป็นการจัดการทางการเมืองที่ไม่ต้องลงทุนแต่ได้ผลคุ้มค่ามหาศาล นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์การตัดสินใจเป็นฝ่ายค้ำของพรรคส้ม เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองและการเมืองจริงหรือไม่
ใครมันจะโง่ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และอายุสั้นโดยไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ ตอนนี้จึงทำกันได้แค่มองตาปริบ ๆ บรรดาแกนนำพรรคส้มก็ต้องพากันไปแก้ต่างถึงเหตุผลที่ตัดสินใจแบบนั้น แล้วเร่งระดมเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ทันเวลา มาถึงจุดนี้มองแล้วว่าน่าจะเป็นไปได้ยาก ไม่ต้องพูดถึงแลนด์สไลด์ เอาแค่ให้เข้าวินเป็นอันดับ 1 เหมือนที่ผ่านมายังยาก หากพิจารณาจากเกมที่ฝ่ายกุมอำนาจขับเคลื่อนกันแบบนี้ ต้องยอมรับว่าสู้กันเหนื่อยทั้งพรรคส้มพรรคแดง
วิชาสามานย์ว่าด้วยการใช้กลไก อำนาจรัฐจัดการคู่แข่งถือเป็นไม้เด็ดอย่างแรกของฝ่ายกุมอำนาจ มีข่าวมาว่าให้จับตาช่วง 2-3 วันสุดท้ายหรือคืนหมาหอน จะมีทีเด็ดที่ทำเอาตะลึงพรึงเพริศกันทีเดียว โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวง ไม่ใช่การซื้อเสียง แจกกระสุนสะบั้นหั่นแหลก แต่จะเป็น การปล่อยข่าวหรือชุดข้อมูล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อเสถียรภาพในการเข้าไปเป็นแกนนำฝ่ายบริหารประเทศ ความเป็นสายตรงอนุรักษ์นิยมจึงกล้าที่จะทำแบบนั้น เพราะรู้ดีไม่มีใครหน้าไหนกล้าจะเอาผิดได้
ให้รอดูว่าจะเกิดขึ้นจริงอย่างที่มีข่าวมาหรือไม่ ส่วนการวิเคราะห์แนวโน้มผลเลือกตั้ง ผสมเข้ากับโพลทั้งหลาย ต้องพิจารณากันให้รอบคอบ มองหน้าคนที่พูด ดูสถาบันที่ไปทำการสอบถามความเห็น ยังคงเป็นฝักฝ่าย เห็นได้ชัดว่าใครถือหางพวกไหน แต่หนีไม่พ้นการเมือง 3 ก๊ก เป็นการอาศัยต้นทุนทางสังคมที่มีมาชี้นำเพื่อหวังผล บนผลประโยชน์ที่บางราย บางสถาบันได้รับการสนับสนุน โดยที่ของพรรค์นี้ไม่มีใครหน้าไหนจะยอมรับ ทว่าเบื้องหลังนั้นมันโสมมกว่าที่คิด
คงต้องให้ผลการเลือกตั้งเป็นตัวชี้วัดอนาคตประเทศไทย ถ้าเป็นไปตามหน้าเสื่อที่เห็นอยู่เวลานี้ บอกได้คำเดียวมืดมน โฉมหน้าของรัฐบาลที่ได้โอกาสที่จะมีคนนอก มีฝีมือเหมือนอย่างที่เสี่ยหนูจัดการภายใต้รัฐบาลเสียงข้างน้อยนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ ทุกตำแหน่งเต็มไปด้วยการต่อรอง แลกเปลี่ยน ประเภทที่ว่าขอจัดวางคนมีความรู้ ความสามารถจริง ๆ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาที่หมักหมม เป็นเพียงลมปาก ไม่ว่าจะเป็นพูดแล้วทำ หรือเราทำได้ ไม่มีอยู่จริงบนกลไกการบริหารที่ถูกจัดวางโดยขบวนการเผด็จการสืบทอดอำนาจ
การที่ พรรคส้มช่วยให้อนุรักษ์นิยมได้ฟื้นคืนชีพอย่างสมบูรณ์ใต้เงาร่างของพรรคสีน้ำเงิน มันคือจุดเริ่มต้นของกระบวนการเข้ามาจัดการส่วนที่รัฐบาลผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจยังทำไม่เสร็จ ไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหา ไม่ใช่การทำกฎหมายที่ก่อให้เกิดการติดขัดให้คล่องตัวขึ้น แต่จะเข้ามาเพื่อหาช่องอุดรอยรั่ว และ เติมเต็มกลไกที่ได้วางไว้เพื่อบอนไซนักการเมืองและพรรคการเมืองให้แน่นหนามากยิ่งขึ้น ย้ำกันมาโดยตลอดพวกที่ได้รับประโยชน์มหาศาลจากเครื่องมือที่ขบวนการอยู่ยาวทำเอาไว้ ใครมันจะโง่และบ้าไปแก้ไขสิ่งที่ตัวเองได้รับอานิสงส์นั้น
อรชุน