
MMM บิ้วขายอสังหาฯ
ต้องเป็นบริษัทที่มีของแหง ๆ ไม่งั้น MMM ซึ่งเดิมอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ไม่สามารถอัพสถานะขึ้นมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายใต้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างได้หรอก...
ต้องเป็นบริษัทที่มีของแหง ๆ ไม่งั้นบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ซึ่งเดิมอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ไม่สามารถอัพสถานะขึ้นมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายใต้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างได้หรอก…เชื่อหัวไอ้เรืองสิ..
โดย MMM ถือฤกษ์งามยามดีวันที่ 7 พ.ย. 2568 ย้ายมาเทรดในตลาด mai ด้วยไอพีโอ 5.50 บาท
แต่อย่างที่รู้กันว่า ตอนนี้ตลาดอสังหาฯ อยู่ในภาวะรอวันฟื้นตัว ทำให้หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ถูกเมินไปชั่วขณะ MMM จึงกลายเป็นหุ้นต่ำจองไปโดยปริยาย ปัจจุบันซื้อขายกันที่ 3 บาทเศษ
แหม…เสียดายจัง เฮ่อ…เสียดายจัง..!!
ที่ว่าน่าเสียดาย เพราะโมเดลธุรกิจของ MMM ไม่ใช่นักพัฒนาอสังหาฯ ไม่ได้สร้างบ้านแล้วขาย เหมือนบริษัทอสังหาฯ ทั่ว ๆ ไป แต่ MMM รับบทเป็นตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทุกประเภทให้กับเจ้าของโครงการ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เป็นต้น หรือจะเรียกว่านักการตลาด หรือนายหน้าขายอสังหาฯ ก็ไม่ต่างกัน
นั่นหมายความว่า MMM จะไม่มีต้นทุนในการพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านหรือหลายพันล้านบาท ต้นทุนหลัก ๆ น่าจะมีแค่ตัวบุคลากร หรือมาร์เก็ตติ้ง
ส่วนรายได้อีกขา มาจากการซื้ออสังหาฯ มือสองมาปรับปรุง รีโนเวทใหม่แล้วขาย ซึ่งต้นทุนก็จะไม่สูงมากอีกนั่นแหละ แต่เวลาขายกลับมีมาร์จิ้นค่อนข้างสูง
ทำให้ MMM เป็นบริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับสูง ปี 2566 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.49% ปี 2567 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 22.33% และปี 2568 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 17.73%
ตอกย้ำด้วยผลการดำเนินงานที่เติบโตทั้งรายได้และกำไร ในปี 2566 มีรายได้รวม 258.16 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47.74 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้รวม 360.76 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 80.76 ล้านบาท
ล่าสุดงบปี 2568 โชว์กำไรสุทธิแตะที่ 135.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.20% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80.76 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 770.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.28% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้การให้บริการบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นหลัก เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่มบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม กำลังอยู่ในความต้องการของตลาด
แล้วที่น่าสนใจ นับตั้งแต่เข้าตลาด mai ในช่วง 3 เดือนมานี้ มีพัฒนาการในเชิงธุรกิจชัดเจน ได้งานใหม่เข้ามาเติมในพอร์ตต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่การเข้าบริหารงานขายโครงการทาวน์โฮม 2ชั้น จำนวน 17 ยูนิต (เฟสที่ 1) มูลค่ารวม 60 ล้านบาท บนทำเลวงแหวน-ลำลูกกา ให้กับบริษัท เบล็ส เเอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS
ตามด้วยการเข้าบริหารงานขายโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 8 ยูนิต มูลค่ารวม 35 ล้านบาท บนทำเลอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ให้กับบริษัท พาเวิร์คแอสเซท จำกัด, การเข้าบริหารงานขายโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว จำนวน 31 ยูนิต (เฟสที่ 1) มูลค่ารวม 170 ล้านบาท บนทำเลรังสิต-คลอง 9 ให้กับบริษัท ทรัพย์พล กรุ๊ป จำกัด
รวมทั้งเข้าบริหารงานขายโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 36 ยูนิต (เฟสที่ 2) มูลค่ารวม 126 ล้านบาท บนทำเลวงแหวน-ลำลูกกา ให้กับบริษัท เบล็ส เเอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS แถมล่าสุดเข้าบริหารงานขายโครงการบ้านแฝด 2 ชั้น และบ้านเดี่ยว (1-2 ชั้น) จำนวน 20 ยูนิต (เฟสที่ 1) มูลค่ารวม 100 ล้านบาท บนทำเลตำบลเนินพระ อำเภอระยอง จังหวัดระยอง ให้กับบริษัท ปลื้มแสนสุข จำกัด
ต้องบอกว่า มีหลายบริษัทที่ไว้วางใจให้ MMM มาช่วยบิ้วขายโครงการให้ ซึ่งมูลค่ารวมทั้งหมดปาไป 491 ล้านบาทแล้ว…ไม่รวมที่จะมีโครงการใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมในอนาคตอีกนะ…
ในมุมของ MMM ซึ่งมีฐานลูกค้าและมีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่แล้ว ก็คงปิดการขายได้ไม่ยากเย็นนัก ขายได้ก็รับค่านายหน้าไป ในขณะที่เจ้าของโครงการก็ไม่ต้องเป็นเดอะแบกต้นทุนพนักงานขาย ซึ่งเป็น Fixed Cost หรือต้นทุนคงที่อีกต่อไป
ก็ Win–Win กันทั้งสองฝ่าย..!!
เอาเป็นว่าในมุมธุรกิจ MMM ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อไป…ส่วนในมุมหุ้น ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตล่ะกัน
…อิ อิ อิ…