
TTB มีอีกหลายก๊อก.!!
ก๊อกแรกผ่านไป ก๊อกสองและก๊อกสามค่อย ๆ ตามมา...สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืน หรือ Treasury Stock ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 21,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี
ก๊อกแรกผ่านไป ก๊อกสองและก๊อกสามค่อย ๆ ตามมา…สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืน หรือ Treasury Stock ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 21,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2570 ของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB..!!
ล่าสุดเพิ่งจบก๊อกสองไปหมาด ๆ (สิ้นสุดวันที่ 4 ก.พ. 2569) ใช้เงินไป 6,286.31 ล้านบาท สามารถซื้อหุ้นคืนได้ทั้งสิ้น 3,095.22 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.17% จากเป้าหมายที่วางไว้ภายใต้วงเงิน 8,900 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่ซื้อคืน 4,384 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.49%
ถ้านับรวมกับก๊อกแรก (สิ้นสุดวันที่ 1 ส.ค. 2568) ซึ่งใช้เงินไป 5,103.14 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนได้ทั้งสิ้น 2,688.18 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.76%…TTB จะมีหุ้นซื้อคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 5,783.41 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.92% มูลค่ารวมกว่า 11,389.54 ล้านบาท
เมื่อตัวหารหรือจำนวนหุ้นหายไป 5,783.41 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.92% นั่นเท่ากับว่า EPS หรืออัตรากำไรสุทธิต่อหุ้นของ TTB ก็จะเพิ่มขึ้น 5.92% ด้วยนะสิ..!?
สิ่งที่ตามมาก็มีโอกาสที่จะจ่ายเงินปันผลมากขึ้นตามไปด้วย
ทำให้ TTB จากเป็นหุ้นแบงก์ที่ปันผลสูงอยู่แล้ว ดิวิเดนด์ยีลด์เฉลี่ย 6-7% ก็จะสูงขึ้นไปอีก…
ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 8.6% โดยมีเป้าหมายจะผลักดันให้เกิน 10%
งานนี้ผู้ถือหุ้นคงแฮปปี้เอนดิ้งกันถ้วนหน้า…
แต่ช็อตที่น่าจับตา…สองก๊อกแรกใช้เงินรวมกันแค่ 11,389.54 ล้านบาท ก็แค่ครึ่งหนึ่งของเพดานที่วางไว้ 21,000 ล้านบาท นั่นแปลว่าต้องมีก๊อกสาม ก๊อกสี่ และก๊อกต่อ ๆ ไปตามมาอีกแหง ๆ…
อย่าลืมว่า ด้วยเงื่อนไขเกณฑ์ใหม่การซื้อหุ้นคืน สามารถซื้อต่อได้ทันที โดยไม่ต้องรอครบ 6 เดือนเหมือนในอดีตอีกต่อไป ทำให้ถูกตีความไปว่า TTB สามารถซื้อหุ้นคืนได้อีกหลายก๊อกจนกว่าจะครบวงเงินที่วางไว้นะออเจ้า..!!
สมมตินะ..สมมติหากเกิดเหตุเพศภัยจนทำให้หุ้น TTB ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะมีโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการพยุงราคาหุ้น ซึ่งมีหน้าตักเหลืออยู่กว่า 9,614 ล้านบาทเชียวหนา…
และที่สำคัญราคาหุ้น TTB ไม่น่าจะหลุด 2 บาทละมั้ง เพราะหากมีปัจจัยลบมากดดันมาก ๆ บอร์ดก็คงพิจารณาการซื้อหุ้นคืนเพื่อพยุงราคาไว้แหละ…
ซึ่ง TTB พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ทั้งการซื้อหุ้นคืนผ่านกระดานในรอบแรก หรือด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Automatic Order Matching: AOM) ซึ่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว เท่าเทียม มีประสิทธิภาพ และการซื้อแบบตั้งโต๊ะในรอบที่สอง หรือการเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป (General Offer: GO) โดยนักลงทุนจะได้รับการเสนอซื้อหุ้นคืนตามสัดส่วน หรือเสนอขายทั้งหมดก็ได้
ส่วนถามว่า TTB จะปล่อยก๊อกสามเมื่อไหร่..?? และจะซื้อด้วยวิธีใด..?? ไม่รู้ ๆ
เป็นช็อตที่ต้องจับตากันต่อไป…แต่คงไม่นานเกินรอหรอก..?? เชื่อหัวไอ้เรืองสิ
ขณะที่การซื้อหุ้นคืนของ TTB อาจทำให้เงินสดพร่องลงไปบ้าง แต่ในอนาคตเงินสดก็จะพอกพูนตามกำไรแบงก์ที่เบ่งบาน…ซึ่งปิดงบงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ 20,639 ล้านบาท ทรงตัวจากปี 2567 ที่ทำได้ 21,031 ล้านบาท และมีรายได้จากการดำเนินงาน 65,677 ล้านบาท ลดลง 5.4 % จากปี 2567 ที่ทำได้ 69,399 ล้านบาท
โดยสถานะเงินกองทุนของ TTB ยังแข็งแกร่ง อัตราส่วนเงินกองทุนยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 19% สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตนะจิบอกให้
ที่สำคัญสัปดาห์หน้าจะเป็นฤดูกาลที่บรรดาแบงก์ใหญ่ รวมทั้ง TTB จะคืนความสุขให้ผู้ถือหุ้น ด้วยการประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 ซึ่งมีการคาดการณ์จะจ่ายที่ 0.064 บาท ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2568 จะจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.13 บาท…
TTB จึงจัดเป็นของที่ต้องมีไว้ในพอร์ตแล้วล่ะ…
แต่ถ้ายังไม่เร้าใจ…ก็ช่วยไม่ได้
นานาจิตตัง..!?
…อิ อิ อิ…